DanMachi Season 1 (2015)

292

สรุปเนื้อหาโดยย่อของเรื่อง มันผิดรึไงถ้าใจอยากจะพบรักในดันเจี้ยน ภาค 1 หรือ  DanMachi Season 1 (2015) รวม 13 ตอนจบ มี OVA 1 ตอน มีภาคแยกในชื่อ Sword Oratoria (2017) ภาค มูฟวี่ (2019) ก่อนเริ่มฉายภาคสองในเดือนกรกฎาคม 2019

เนื้อเรื่องย่อ DanMachi (ภาคแรก) : เมืองโอราริโอ เขาวงกตปริศนาขนาดใหญ่เรียกว่า “ดันเจี้ยน” ปรากฏขึ้น จึงมีนักเดินทางที่เข้าไปแสวงหาชื่อเสียงและเงินทองที่นั่น แต่การจะเข้าสู่ดันเจี้ยนจำเป็นต้องได้รับการอวยพรจากเทพหรือเทพจึงจะสามารถเข้าไปได้ จึงมีนักเดินทางที่มีฝีมือเข้าร่วมแฟมิเลียต่างๆ เพื่อเดินทางเข้าไปในดันเจี้ยน เบล คราเนล นักผจญภัยหนุ่ม วัยอายุ 14 ปีที่ขาดประสบการณ์ จึงไม่มีแฟมิเลียไหนอยากให้เข้าร่วม เขาพบกับเทพที่ขาดคนนับถือ เฮสเทีย ที่ให้เขาเข้าร่วมแฟมิเลียของเธอ

เนื้อหาภาคแรก DanMachi เท่ากับนิยายเล่ม 1-5, Movie เป็นตอนพิเศษไม่มีในต้นฉบับเดิม

  • DanMachi Season 1 – Spring 2015
  • Sword Oratoria – Spring 2017
  • DanMachi Arrow of Orion (Movie) –  15 กุมภาพันธ์ 2019
  • DanMachi Season 2 – Summer 2019

ชื่ออื่น: Is It Wrong to Try to Pick Up Girls in a Dungeon?, ダンジョンに出会いを求めるのは間違っているだろうか

ตอนที่ 1 : Adventurers (Bell Cranel)

เบล คราเนล (Bell Cranel) นักผจญภัยระดับ 1 เดินทางเข้าไปในดันเจี้ยนชั้นที่ 5 ของเมืองโอราริโอ้ตามลำพังแล้วเกือบถูกมิโนทอรัสฆ่า แต่มีนักดาบหญิง ไอซ์ วอลเลนสไตน์ (Ais Wallenstein) เจ้าหญิงนักดาบมาช่วยไว้พอดี ซึ่งต่างจากที่เขาหวังว่าจะได้ช่วยเหลือหญิงสาวในดันเจี้ยน เบลวิ่งกลับไปที่กิลด์ของเมือง เมื่อกลับมาถึงบ้านก็ได้คุยกับเทพธิดา เฮสเทีย (Hestia) เขาได้อยู่ร่วมกลุ่มกับแฟมิเลียของเธอ แต่เธอเป็นเทพที่ไม่มีใครนับถือ ถึงจะท้อแต่เบลก็ให้กำลังใจเธอ

เฮสเทียช่วยเบลในการทำสัญลักษณ์เทพบนหลังของเขา และพูดเรื่องความสามารถเขาที่เป็นนักผจญภัย Level 1 เพิ่มสูงขึ้นแต่ยังคงใช้เวทมนตร์ไม่ได้ มีสกิลที่เธอบอกว่าเผลอลบไป แต่ความจริงเป็นสกิล Realis Phrase ที่ช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งให้เขาตามความรู้สึกที่ยังคงมีอยู่ ซึ่งเธอเข้าใจว่าความรู้สึกต่อผู้หญิงที่เขาพบ ทำให้พลังเพิ่มขึ้นเร็วมาก แต่ไม่ได้บอกเบลเรื่องนี้

*เลเวลนักเดินทางแบ่งเป็น 5 ระดับ ความสามารถวัดกันที่ Stat (แบ่งเป็นเกรด S, A, B, …..)

หลังลงดันเจี้ยนอีกครั้งด้วยความตั้งใจ แต้มของเขาเพิ่มรวมกว่า 160 Point แต่เฮสเทียไม่พอใจและไม่ตอบที่เขาพัฒนาฝีมืออย่างรวดเร็ว รีบออกไปปาร์ตี้กับเพื่อนร่วมงาน ที่จริงเธอไม่พอใจเพราะการที่ฝีมือพัฒนาเร็วแบบนั้น แสดงว่าเบลรู้สึกต่อผู้หญิงที่พบมากกว่าตัวเธอ

เบลไปที่ร้านอาหาร กลุ่มนักเดินทางแฟมิเลี่ยโลกิ ที่มีไอซ์ร่วมอยู่นั้น เบท (Bete) สบประมาทมือใหม่ที่ได้รับการช่วยเหลือจากเธอ ซึ่งเธอเป็นคนฆ่ามิโนทอร์ตัวสุดท้ายจากฝูงที่หนีพวกเขา ที่หนีจากชั้น 17 ขึ้นไปชั้นที่ 5 แล้วยังพูดว่าเธอจะเลือกใครระหว่างเขากับขยะแบบนั้น

ทำให้เบลไม่พอใจและเดินออกไปตามลำพังและเข้าดันเจี้ยนอีกครั้งด้วยความโมโห และกลับมาที่บ้านด้วยสภาพที่บาดเจ็บโดยมีเฮสเทียรอรับเข้าอยู่

ตอนที่ 2 : Monsterphilia (Monster Festival)

เบลยังคงพัฒนาฝีมือขึ้นอย่างรวดเร็วจนทำให้เฮสเทียแปลกใจ ซึ่งเกินกว่ากลุ่มนักเดินทางเลเวล 1 ด้วยกัน เมื่อนึกถึงเหตุผลที่เบลรู้สึกต่อผู้หญิงคนนั้นมาก เธอยังไม่บอกเรื่องเหตุผลที่ทำให้เขา Stat เพิ่มอย่างรวดเร็ว รวมถึงระดับสกิลที่ใช้กับเขาน่าจะเป็นหายากที่อาจก่อปัญหาได้ เบลลงไปถึงดันเจี้ยนชั้นที่ 6 แล้ว

เฮสเทียเข้าร่วมงานเลี้ยงของพวกเทพที่จัดขึ้น ขณะที่กำลังกินของฟรีอยู่นั้น ก็ได้พบกับ เฟรยา และ ฮิฟีสตัส (Hephaestus) จนโลกิมาถึงอีกคน

เมื่อเฮสเทียถามเรื่องไอส์ที่อยู่ในแฟมิเลียของเธอ ทำให้โลกิหาเรื่องต่อว่าเธอที่จน เมื่อโดนสวนเรื่องหน้าอกแบน ทำให้ทั้งสองทะเลาะกัน แต่โลกิก็ยอมถอยไปอย่างรวดเร็ว (เพราะเรื่องหน้าอก)

เฮสเทียมีเรื่องที่จะขอร้องให้ฮิฟีสตัส ให้สร้างดาบให้เบล ถึงจะไม่อยากช่วยนักแต่เธอก็นั่งโค้งคำนับ (Dogeza) มาสักระยะ จนฮิฟีสตัสยอมสร้างอาวุธให้โดยมีเงื่อนไข

ด้านเฟรยาคุยกับโลกิเรื่องที่เธอสนใจเด็กจากแฟมิเลียอื่นอยู่ (เบล) แม้จะมีผู้ชายล้อมรอบแล้วก็ตาม ระหว่างนั้นเธอขอตัวไปจากที่นั่น

หลังสร้างอาวุธแล้ว เฮสเทียไปคุยกับเบลในเมือง ด้านเฟรยาเข้าไปปล่อยพวกมอนสเตอร์ในกรง พวกเบลทราบว่ามีเหตุว่นวายในเมือง เมื่อมอนสเตอร์ที่ขังไว้หลุดออกมา Silverback ซึ่งเป็นมอนสเตอร์ระดับสูง มอนสเตอร์มุ่งหน้าไปเล่นงานเขา ทั้งสองหนีไปจนถึงอีกย่านหนึ่งในเมืองที่เหมือนเขาวงกต เบลฝากเฮสเทียไว้ในกรง ก่อนจะหาวิธีเล่นงานมอนสเตอร์ตามลำพัง

ตอนที่ 3: The Blade of a God (Hestia Knife)

เบลถูกซิลเวอร์แบ็คล่า ด้านเฮสเทียหาทางอื่นออกมาจากตรอกนั่นและตามหาเบลจนพบ เธอหาโอกาสมอบมีดที่ได้รับมาให้แก่เบล มีดที่สร้างมีคุณสมบัติพิเศษที่พัฒนาตามผู้ใช้ ซึ่งเฮสเทียเท่านั้นที่จะเป็นคนให้พรแก่คนที่ใช้ได้ ซึ่งจะกลายเป็นอาวุธที่อ่อนแอที่สุดหรือแข็งแกร่งที่สุดก็ขึ้นกับตัวผู้ใช้เอง

เฮสเทียพบว่าเบลมีความสามารถเพิ่มขึ้นอีกกว่า 600 จุด ยิ่งทำให้ทราบถึงความรู้สึกของเบลต่อผู้หญิงคนนั้น

เบลโจมตีใส่ซิลเวอร์แบ็คโดยเล็งศิลาเวทที่อยู่ในร่างของมอนสเตอร์และโค่นมันลงได้ ทำให้ชาวเมืองที่ชมอยู่แสดงความยินดีกับเขารวมถึงเฮสเทีย แต่เธอก็หมดสติลง ด้านเฟรย่าที่เป็นต้นเหตุยังคงอิจฉาเฮสเทียอยู่ ด้านเฮสเทียไม่เป็นอะไรมากนัก เมื่อเบลถามเธอบอกเรื่องที่ให้คุกเข่าร่วม 30 ชั่วโมง ให้ฮิฟีสตัสสร้างมีดแก่เขา ซึ่งเธอทราบว่าเขาต้องการอาวุธ เบลจึงขอบคุณเธอที่ช่วยเหลือ

พวกไอส์และคนอื่นจัดการมอนสเตอร์ในเมือง ไอส์รู้สึกประหลาดใจกับมอนสเตอร์ที่เหมือนตามหาใครบางคน มีการพูดถึงซิลเวอร์แบ็คที่หายตัวไปและทราบถึงเด็กผู้ชายที่กำจัดซิลเวอร์แบ็คลงได้

ทิ้งท้ายที่ด้านนักผจญภัยกลุ่มหนึ่งที่ไม่ค่อยพอใจคนสนับสนุนทีมนัก ส่วนเฮสเทียทำงานในชุดเมดให้กับฮิฟีสตัส

ตอนที่ 4 : The Weak (Supporter)

ไอนะทราบว่าเบลพัฒนาฝีมือขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่การไปชั้นที่ 7 โดยเกราะปัจจุบันที่เขาใช้อยู่เป็นเรื่องยาก จึงชวนเขาไปกับเธอในวันพรุ่งนี้

ด้านไอนะพาเบลไปที่หอคอยบาเบลซึ่งเป็นพื้นที่ของแฟมิเลีย เฮฟเฟสตุส เบลพบว่าสิ่งของที่ตั้งในร้านมีแต่ของราคาแพงมาก ทำให้เบลสงสัยถึงมีดที่เฮฟเฟสตุสสร้างให้ ระหว่างนั้นเบลพบว่าเฮสเทียทำงานพิเศษเพิ่มอีกที่

ร้านด้านในเป็นโซนของช่างตีอาวุธมือใหม่ ในแฟมิเลียของเฮฟเฟสตุสที่มีราคาไม่สูงนัก เบลจึงเลือกเกราะที่ขนาดพอเหมาะกับเขา ไอนะยังซื้อเกราะแขนให้กับเขา

ระหว่างกลับบ้าน เบลพบผู้หญิงที่หนีการตามล่ามา เมื่อจะรับมือกับคนที่ตามมา พนักงานเสิร์ฟที่บาร์ ริว ได้มาขู่ฝ่ายตรงข้ามจนหนีไป

หลังเปลี่ยนเกราะใหม่ ในเมืองเบลได้พบกับเด็กผู้หญิงที่ช่วยเมื่อวาน ริริ จากโซมะ แฟมิเลีย ที่ตั้งใจจะเดินทางไปกับเขาด้วย แต่เธอกลับจำเขาไม่ได้ เมื่อทราบว่าเธอเป็นพวกครึ่งคนครึ่งสัตว์ Therianthrope แล้วให้เธอร่วมกลุ่มในการเดินทางด้วย

การเดินทางเป็นไปด้วยความราบรื่น แต่ไอนะให้เบลระวังการร่วมกับแฟมิเลียของโซมะไว้ ซึ่งมีชื่อเสียงที่ไม่ดีนัก ก่อนกลับไอนะทักเรื่องมีดของเขาที่หายไป

ริริเอามีดของเบลไปขาย แต่เจ้าของร้านกลับให้ราคาต่ำตามคุณภาพ ทำให้เธอไม่ขายและไม่เข้าใจว่ามีดจากเฮฟเฟสตุสที่สลักบนมีดทำไมถึงกลายเป็นมีดที่ไร้ราคา เธอยังซ่อนมีดจากริวที่เดินผ่านไม่สำเร็จจึงต้องหนี จนมาพบเบล ริวเข้าใจว่าตามผิดคนเพราะเห็นฮอบบิทชิงอาวุธไป ไม่ใช่พวกครึ่งมนุษย์ จึงคืนมีดให้เบล

เบลยังแบ่งเงินให้ครึ่งหนึ่งกับเธอ ด้านไอนะเห็นคนจากตระกูลโซมะที่ร้อนเรื่องเงินจนเริ่มสงสัย ทิ้งท้ายที่เฮสเทียที่เพิ่งตื่น และได้เห็นโซมะเดินมาพร้อมกับริริ

ตอนที่ 5 : Spellbook (Grimoire)

ช่วงค่ำเฮสเทียบ่นกับเพื่อนของเธอ ไมอาฮา (Miach) และยังคงเครียดที่เบลคุงไป ริริ จากโซมะ แฟมิเลีย จนลืมเธอ หลับฟื้นขึ้นมาที่บ้าน เบลชวนเธอไปทานอาหาร แต่เนื่องจากเธอเหม็นแอลกอฮอล์อย่างมาก ทำให้ไปที่โรงอาบน้ำ

ที่โรงอาบน้ำศักดิ์สิทธิ์เป็นที่สำหรับพวกเทพเท่านั้น เฮสเทียได้พบกับดิมีเทอร์ เมื่อพูดเรื่องผู้ชาย ทำให้ดิมีเทอร์บอกเทพองค์อื่นๆ เรื่องที่เธอมีแฟนแล้ว ทำให้เฮสเทียพยายามปฏิเสธเรื่องนี้

เฮสเทียไปพบเบลที่รอด้านนอกโดยปล่อยผม แต่ก็มีพวกดิมีเทอร์และเทพองค์อื่นสะกดรอยตามมา ต่างให้ความสนใจเบลจึงดึงเขาไป เฮสเทียเห็นเบลไม่ไหวจึงลากเขาไปซ่อนจากพวกเทพที่ตามมา และได้ดูเมืองจากมุมสูงด้วยกัน ด้านริริลำบากจากการถูกรีดไถเงินและทำร้าย

เบลเริ่มพบความลำบากมากขึ้นในชั้นล่างของดันเจี้ยน ริริได้ช่วยเขาไว้ด้วยมีดเวทมนตร์ ทำให้เบลเริ่มเข้าใจว่าเขาไม่สามารถสู้คนเดียวได้อีกต่อไป ริริเลี่ยงที่จะพูดเรื่องอาวุธเวทมนตร์ที่เธอมีอยู่

ที่ร้านที่เบลไปประจำพบตำราที่เข้าใจว่าเป็นของที่ลูกค้าลืมไว้ เบลที่ไปที่ร้านนั้นพอดี จึงได้รับตำรานี้มาจากเมดในร้านเพราะเจ้าของเหมือนไม่อยากให้ตำราอยู่ในร้าน

ระหว่างอ่านตำราเบลยังฝันถึงหลายๆ เรื่อง รวมถึงปู่เขาที่เคยเล่าเรื่องดันเจี้ยนให้ฟังตั้งแต่เด็ก เบลตื่นขึ้นมาหลังเฮสเทียเรียก

เฮสเทียต้องประหลาดใจอีกครั้ง เพราะรอบนี้นอกจากความสามารถต่างๆ ของเบลจะเพิ่มข้นมาในระดับหนึ่งแล้ว เขายังใช้เวทมนตร์ได้ คือ Fire Bolt ทำให้เขาตกใจจนลุกขึ้นมาทำให้เฮสเทียล้ม เฮสเทียให้เขาใช้เวทมนตร์ในวันพรุ่งนี้

เบลแอบเข้าดันเจี้ยนคนเดียวเพื่อลองเวทมนตร์จนหมดแรง พวกไอส์ที่กำลังกลับขึ้นมาด้านบนได้เห็นเบลคุงหมดสติอยู่ เมื่อฟื้นขึ้นมาและพบว่าอยู่บนตักของไอส์ ทำให้เขาอายและรีบหนีกลับมาที่บ้านในตอนเช้า

เฮสเทียพบว่าตำราที่เบลอื่น คือ กริมมอร์ ซึ่งเป็นตำราหายากและมูลค่าอาจสูงกว่าอาวุธชั้นยอดจากฮิฟีสตัส อีกทั้งถ้ามีคนอ่านไปแล้วจะทำให้เสียความสามารถเดิมไปทำให้เบลเครียดกับมูลค่าของหนังสือเล่มนี้ เฮสเทียให้เขาไปขอโทษที่นั่น แต่ไม่มีใครสนใจเรื่องนั้นเพราะเจ้าของลืมไว้เองแล้วโยนมันทิ้งไป

ก่อนลงดันเจี้ยนอีกครั้ง เบลพบว่าริริประสบปัญหากับคนในโซมะแฟมิเลีย ที่ต้องการเงินจากเธอและเขายังต้องการให้เบลช่วยงานแทนริริแต่เบลปฏิเสธ และไปคุยกับริริ

ตอนที่ 6: Reason (Liliruca Arde)

เริ่มด้วยอดีตของริริที่ไม่ไว้ใจพวกนักผจญภัยมาตั้งแต่เด็ก หลังเสียครอบครัวที่อยู่ในตระกูลโซมะไป เธอก็ใช้ชีวิตอย่างลำบากมากตลอด และเกลียดพวกนักผจญภัยที่สนใจแต่เรื่องของตัวเองเท่านั้น ถึงพยายามจะกลับไปใช้ชีวิตปกติแต่ก็ยังโดนรังควานจากนักผจญภัยกลุ่มเดิม ทำให้เธอเกลียดพวกนั้นมากยิ่งขึ้น

ไอนะที่สงสัยถึงเครื่องดื่มปริศนาราคาแพงจากโซมะแฟมิเลีย จึงได้ทราบจากโลกิได้พูดถึงเรื่องเครื่องดื่มของตระกูลโซมะ ที่ใช้ส่วนผสมพิเศษจากเทพที่ทำให้คนที่ได้ลิ้มรสอยากดื่มอีก ซึ่งโซมะใช้จุดนี้ในการทำให้คนในตระกูลต่างพยายามหาเงินมาบริจาคให้ตระกูล เพื่อรับสิทธิ์ที่จะได้ดื่มเครื่องดื่มนี้กัน

เฮสเทียให้เขาระวังตัวในการเดินทาง แต่ก็เลี่ยงที่จะพูดมากเกินไปเกี่ยวกับริริ ด้านเบลเตรียมออกเดินทางกับริริอีกครั้ง

ไอนะพูดกับไอส์ถึงเด็กผู้ชายคนนั้นที่เธอเคยช่วยไว้ เธอต้องการให้ไอส์ช่วยดูแลเขา ซึ่งไอส์ตอบรับคำขอร้องนั้น

ที่ดันเจี้ยนชั้น 10 เบลได้สู้กับพวกออร์คจนล้มได้จนพบว่ามีกับดักสำหรับเรียกมอนสเตอร์บนพื้นและริริหายตัวไประหว่างนั้น ระหว่างลำบาก ริริใช้จังหวะที่เขาเผลอใช้หน้าไม้ชิงอาวุธของเขาไป ก่อนทำการหลบหนีปล่อยให้เขาสู้กับพวกออร์คที่ล้อมเขาไว้

ด้านริริคลายมนต์ที่สร้างหูปลอมขึ้นมา ถึงจะรู้สึกว่าเบลต่างจากคนอื่น แต่เธอก็ไม่อยากไว้ใจเขา ระหว่างทางริริถูกดักเล่นงานระหว่างทางจากชายคนเดิมและถูกขู่เอาสมบัติโดยถอดเสื้อนอกของเธอไป

ตระกูลโซมะได้เข้ามาถึง พร้อมฝูงมอนสเตอร์ที่เรียกมากด้วยซากของพวกเดียวกันทำให้นักผจญภัยนั้นหนีไป เขาต้องการกุญแจสมบัติจากริริโดยอ้างว่าเป็นตระกูลโซมะเหมือนกัน เมื่อได้มาจึงโยน ริริ ไปเป็นตัวล่อ เธอได้รับการช่วยเหลือจากเบลทีรีบมาช่วยเหลือเธอด้วยสกิล Fire Bolt และใช้มีดในการปราบมอนสเตอร์จนหมด

ไอนะไปคุยกับเฮสเทียถึงเรื่องนี้ แต่ถึงจะเป็นแบบนั้น เฮสเทียเข้าใจว่าเบลจะตัดสินใจช่วยเหลือซัพพอร์ตเตอร์คนนั้นด้วยตัวเอง

เบลบอกเรื่องที่ได้รับการช่วยเหลือจากนักดาบทำให้รอดจากฝูงออร์ค ถึงริริจะยังแสดงความไม่ไว้วางใจในตัวเบลที่ไม่ต่างจากนักผจญภัยคนอื่น แต่เบลยังแสดงความจริงใจที่ช่วยเหลือริริ ในเมือง เขายังชวนริริ เข้า เฮสเทีย แฟมิเลีย เธอจึงตอบรับคำชวนของเขา

ด้านไอส์ที่เข้าสู้กับพวกออร์คช่วยเบลนั้น ได้พบปลอกแขนของเบลที่ตกอยู่ในดันเจี้ยน

ตอนที่ 7: Sword Princess (Ais Wallenstein)

ด้านเบลพาริริไปพบเฮสเทีย ระหว่างทางมีการจับหูในร่างปลอมตัวของเธอเล็กน้อย ฝั่งเฮสเทียจะไม่พอใจนัก แต่สุดท้ายก็ยอมเข้าใจและเข้าไปเกาะแขนเบล ในขณะที่ริริก็ไม่ยอมแพ้เหมือนกัน จนเบลหนีทั้งสองสาวไป

ที่กิลด์ เบลเจอไอส์โดยบังเอิญ เธอคืนปลอกแขนที่เก็บจากในดันเจี้ยนให้กับเบลทำให้เขาทราบว่านักดาบที่ช่วยปราบออร์คให้เขา คือ เธอเอง

ไอส์เสนอที่จะช่วยเหลือในการฝึกให้กับเขา หลังพิจารณาเบลจึงตอบรับต้องการคำแนะนำจากเธอ

ระหว่างการซ้อม ไอส์สู้กับเบลจนพลั้งมือเอาจริงๆ โดยเธอพยายามใช้มีดแต่ไม่ถนัดจึงใช้เท้าเตะหน้าของเบลจนทรุดแทน แล้วใช้ฝักดาบเข้าฟาดเบลและทำการต่อสู้จนถึงเช้า

ด้านริริที่ลงดันเจี้ยนพร้อมกับเขาสังเกตถึงความบาดเจ็บที่เขาได้รับ ระหว่างเดินทางเบลได้ต่อสู้กับพวกปีศาจในชั้น เมื่อเจอออร์คทำให้เบลนึกถึงไอส์และไม่ยอมถอย

อีกด้านหนึ่ง ออตต้าร์ ในแฟมิเลียของ เฟรยาได้นึกถึงสิ่งที่เธอพูดเรื่องเธอสนใจเบล และสักวันอาจแข็งแกร่งกว่าเขาก็ได้ ซึ่งเขาบอกไม่แคร์เรื่องนั้น ระหว่างสำรวจจนพบมิโนทอร์พร้อมอาวุธ เขาได้ทำลายอาวุธของมันลงด้วยมือเปล่า ก่อนมอบดาบที่เตรียมไว้ให้กับมัน

หลังไปฝึกต่อจนถึงเช้านั้น เบลฝันถึงโดนไอส์ถีบหลับแล้วตื่นขึ้นมาโดนถีบต่อ จนตื่นขึ้นมาพร้อมความระแวงต่อเธอ ไอส์ได้นอนพักลงและหลับลงอย่างรวดเร็ว เบลสังเกตเห็นบางอย่างซึ่งเห็นเป็นวิญญาณของปู่ที่ให้รุกเธอ โดยวิญญาณมีเฮสเทียพยายามเข้าไปขวาง ทำให้เขาเกือบเข้าไปจูบไอส์ที่หลับอยู่ จนเบลเห็นไอส์ละเมอทำให้ถอยกลับมา

ในเมืองระหว่างเดินไปพร้อมกันนั้น เบลได้พบเฮสเทียที่รับจ๊อบขายของอยู่ ทำให้เฮสเทียไม่พอใจที่เห็นทั้งสองเดินด้วยกันและเรียกทั้งสองเข้าไปคุยด้วย

ทิ้งท้าย ที่ด้านคนในตระกูลโซมะที่เคยก่อเรื่องกับริรินั้น พบมิโนทอร์ที่เก่งกว่าปกติเข้าโจมตีและสังหารพวกคนในกลุ่มเขา

ตอนที่ 8: Wanting To Be A Hero (Argonaut)

เบลตกตะลึงกับความสามารถของไอส์ที่พัฒนาความสามารถของเธอจนถึงระดับ 6 (สูงกว่าระดับนักผจญภัยทั่วไป) และลงไปถึงชั้นที่ 37 ด้วยความสามารถของเธอเอง แต่ถึงจะคิดเรื่องนั้นเขาก็พยายามฝึกต่อ

ซิล เมดของร้านอาหารมีเรื่องต้องการให้เบลช่วยเหลือ ซึ่งเป็นการล้างจานจำนวนมาก ระหว่างนั้นริวเข้ามาช่วยล้างจานด้วยอีกแรง

เบลทราบว่าริวเคยเป็นนักผจญภัยมาก่อนเช่นกัน (LV 4) และอธิบายเรื่องการผจญภัยกับมอนสเตอร์ให้ฟัง ซึ่งเธอเข้าใจว่าเขานึกถึงอนาคตของตัวเองที่ควรจะเป็นนักผจญภัยต่อหรือไม่

การฝึกเบลยังพัฒนามากขึ้นโดยเริ่มตอบโต้ไอส์ได้หลังจากฝึกร่วมสัปดาห์ ที่บ้านเบลยังคงมีเรื่องให้คิดต่อและไม่สนใจเรื่องค่าความสามารถของเขา

ระหว่างลงไปสำรวจชั้นล่าง เบลพบว่าไม่มีมอนสเตอร์ในบริเวณนั้น จนปรากฎมิโนทอร์จากด้านหลัง ริริได้รับบาดเจ็บจากมิโนทอร์ ตามด้วยเบลที่บาดเจ็บสาหัสเช่นกัน และให้ริริหนีไปคนเดียว

กลุ่มของพวกไอส์ที่สำรวจนั้น ได้ช่วยนักผจญภัยที่รอดชีวิตมาได้ซึ่งถูกโจมตีโดยมิโนทอร์ และพูดถึงเด็กผมขาวที่ถูกเล่นงานอยู่ ทำให้ไอส์รีบวิ่งนำไป

เบลต้องการจัดการมิโนทอร์ด้วยตัวเองแต่ก็สู้ลำบากจนไอส์มาถึงและจะสู้แทน แต่ทำให้เขานึกถึงเหตุการณ์ในอดีตที่ได้รับการช่วยเหลือกับเธอและโดนล้อเลียนจากกลุ่มนักผจญภัยด้วยกัน ทำให้เขาต้องการพัฒนาตัวเองและเข้าสู้กับมิโนทอร์ด้วยตัวเองอีกครั้ง ซึ่งคนในกลุ่มของไอส์ไม่คิดว่าเขาจะสู้ได้ด้วยตัวเอง แต่ก็รู้สึกแปลกใจที่เบลมีการเคลื่อนไหวที่ดูจะเหนือกว่าเลเวล 1 ทั่วไป ในขณะทีเ่ฟรยาพอใจกับความพยายามของเบลในตอนนี้

ดาบของเบลที่ใช้ชั่วคราวถูกทำลายลง เบลใช้โอกาสนี้เข้าไปบิดข้อมือมิโนทอร์จนหักและได้โอกาสเข้าไปฟัน เบลใช้ดาบที่มิโนทอร์ทำตกเข้าไปสู้ ก่อนปิดฉากด้วยการยิงด้วยไฟล์โบลต์ต่อเนื่องซ้ำอีก 3 ครั้งจนทำลายร่างของมิโนทอร์ลงได้ ก่อนหมดสติทั้งยืน

ริวีเรียถูกใช้ให้เข้าไปดูความสามารถของเขาจากรอยสักด้านหลัง ความสามารถของเบลถึง Rank S (ของเลเวล 1) ก่อนจะพาเบลไปส่งที่พัก

ตอนที่ 9: Blacksmith (Welf Crozzo)

เบลมีเรื่องดีใจเล่าให้ที่กิลด์ฟัง ในขณะที่มีชายผมแดงไม่สามารถเดินทางในดันเจี้ยนได้เพราะขาดปาร์ตี้ จนได้ยินว่าเบลขึ้นเลเวล 2 มีการเช็คสถานะของเบลของกลุ่มนักผจญภัยซึ่งถือว่าเป็นการพัฒนาที่เร็วที่สุดสำหรับกลุ่มรุกกี้ ด้านเฮสเทียจึงมีการประชุมกับพวกเทพสำหรับตั้งฉายาให้เบลใหม่ (ตั้งแต่ Level 2 ขึ้นไปจะมีฉายา) เฮสเทียได้พบกับเทพ ทาเคมิคาสึชิ ก่อนเข้าประชุมกับพวกเทพคนอื่น

เบลฝันหวานเรื่องเกราะใหม่ของเขา และเช็คเกราะเดิมที่เขาชอบ มีชื่อคนที่สลักอยู่ ชื่อ เวลฟ์ ครอซโซ่ เฮสเทียกลับมาแจ้งข่าว และได้ฉายา Little Rookie

ระหว่างไปที่ร้านอาหารกับริรินั้น พวกริวมาฉลองที่เขาเลื่อนเป็นเลเวล 2 แล้ว มีนักเดินทางที่ไม่พอใจโต๊ะของเบลนักเพราะได้ยินเรื่องที่เขาเป็น Level 2 ตามข่าว เมื่อพยายามหาเรื่อง ริวได้เล่นงานเขา

เบลต้องการชุดเกราะใหม่จึงไปถามที่ร้าน ซึ่งจังหวะเดียวกับ เวลฟ์ ครอซโซ กำลังทะเลาะกับเจ้าของร้านอยู่พอดี จึงมีการพูดคุยกันเรื่องเกราะของเขา มีพวกช่างตีเหล็กคนอื่นสนใจที่จะตีใหม่ แค่เวลฟ์พูดเสียงดังเพื่อไล่คนอื่นออกไป ครอสโซจึงให้เบลทำสัญญากับเขาเพื่อไปหาวัตถุดิบในดันเจี้ยน เขาจะมอบเกราะนี้ให้ในราคาพิเศษ

การเดินทางในดันเจี้ยนเป็นความต้องการของเวลฟ์อยู่แล้ว ริริไม่ถูกกับเขานักเพราะมาจากตระกูล ครอสโซ ทำให้ระแวงและมีปากเสียงกัน แต่เวลฟ์ก็พยายามพูดกับเธอ เมื่อต่อสู้ด้านเบลมีการพัฒนามากยิ่งขึ้น ระหว่างพัก ริริถูกลอบโจมตี ทำให้เบลเข้าช่วยเหลือโดยเร็ว เมื่อเขาใช้ไฟร์บอลต์กลับเป็นการยิงพลังออกไป ด้านเฮสเทียอธิบายเรื่องความสามารถใหม่ของเขา Argonaut

เวลฟ์ใช้เขาของมิโนทอร์สร้างมีดเล่มใหม่ให้กับเบล มีดเล่มสีแดง ซึ่งมีความทนทานเทียบได้กับโลหะ Adaminite (Adamantite) ในชื่อ มีด Ushiwakamaru

ทิ้งท้ายที่พวกเบล, เวลฟ์ และลิลิ ออกเดินทางลงสู่ดันเจี้ยนชั้นที่ลึกมากยิ่งขึ้น ซึ่งริริเตือนถึงอันตรายในชั้นต่อไป ก่อนจะตัดสินใจเดินลงไปพร้อมกัน

ตอนที่ 10: Procession of Monsters (Pass Parade)

มีการพูดถึงผ้าคลุมซาลามันเดอร์ที่เบลเพิ่งได้มา หลังเตือนเบลที่อย่าทำอะไรเกินตัว เขาจึงเข้าไปในดันเจี้ยน

ด้านกลุ่มของเบล, ริริ และ เวลฟ์ ลงมาชั้นที่ 13 เป็นครั้งแรก ซึ่งถือเป็นดันเจี้ยนช่วงกลางที่อันตรายยิ่งกว่าชั้นที่ผ่านมา พวกเบลได้พบปัญหากับพวกกระต่ายที่ใช้อาวุธเล่นงานพวกเขาและโดนล้อมเอาไว้ อีกด้านเฮอร์เมสที่มาตามหาเบลมีการพูดถึงสภาพเมืองที่สงบเพราะไม่มีใครทำลายสถิติของเจ้าหญิงนักดาบได้

กลุ่มยามาโตะ มิโคโตะ (หญิงผมยาว), คาชิมะ โอกะ (ชาย) ได้พาฮิตาจิ ชิกาสะ (หญิงผมสั้น) ที่ได้รับบาดเจ็บ และนักผจญภัยคนอื่นที่อยู่ในแฟมิเลีย ทาเคมิคาสึจิ ถูกเฮลฮาวด์ไล่ตามมา จนพบกลุ่มของเบลที่กำลังโดนล้อมอยู่ แม้ว่ามิโคโตะไม่เห็นด้วยที่จะผ่านกลุ่มพวกนั้นไป แต่พวกเขาจำเป็นต้องพาคนเจ็บออกไป จึงต้องผ่านกลุ่มของเบลไป ส่งผลให้เฮลฮาวด์จำนวนมากหันมาเล่นงานพวกเบล พวกเบลจึงต้องหลบหนี

พวกเบลต้องพบปัญหากับมอนสเตอร์ที่มีจำนวนมากมายจนยากจะรับมือเพียง 3 คน จนเริ่มนึกถึงสิ่งที่ริวพูดถึงอันตรายในดันเจี้ยน ระหว่างสู้นั้น มีมอนสเตอร์พังเพดานลงมา ทำให้ลิลิและเวลฟ์ได้รับบาดเจ็บ เบลยังถูกพวกมอนสเตอร์พ่นไฟใส่จนทราบถึงอันตรายในชั้นที่ 13

เฮสเทียติดต่อที่กิลด์ที่ไม่ทราบถึงข่าวคราวของเบล ด้านเบลรอดด้วยผ้าคลุมซาลามันเดอร์ที่ได้รับมา ระหว่างหนีก็มีปัญหาเพราะเวลฟ์บาดเจ็บอยู่

ลิลิได้บอกเส้นทางลงไปยังชั้นล่างโดยใช้เชือก ไปยังเมืองริวิร่าในชั้น 18 ที่สร้างขึ้นโดยพวกนักผจญภัย สำหรับเป็นที่พัก แต่หนทางที่ไปนั้นมีความเสี่ยงมากโดยในชั้น 17 มีบอสประจำชั้น คือ Goliath ซึ่งริริคิดว่าน่าจะโดนพวกตระกูลโลกิกำจัดไปแล้ว คงใช้เวลากว่าจะเกิดใหม่

ริริจึงขอให้หัวหน้าปาร์ตี้ คือ เบล เป็นคนตัดสินใจเลือกเส้นทาง เขาจึงเลือกที่จะใช้เส้นทางนั้น

พวกทาเคมิคาสึจินำเรื่องนี้มาเล่าให้เฮสเทียฟัง ซึ่งเฮสเทียไม่ติดใจอะไร แต่ต้องหาวิธีช่วยเบล ระหว่างนั้นเฮอร์เมส และสมาชิกในแฟมิเลีย แอสฟี่ ได้มาหาเธอ อ้างว่ามีเรื่องช่วยเหลือเพื่อนเก่า แต่เฮอร์เมสไม่ได้สนิทกับเฮสเทียทำให้มีการสงสัย

ระหว่างวางแผน ด้านเฮอร์เมสคุยกับแอสฟี่เรื่องที่ฝืนกฏที่เทพห้ามลงดันเจี้ยน แต่เขาไม่คิดว่ามีปัญหาถ้าไม่มีใครพบ ด้านเฮสเทียที่ได้ยินก็จะลงไปด้วยอีกคน

ลิลิใช้ไอเทมสร้างกลิ่นเพื่อไล่มอนสเตอร์ จนพบเฮลฮาวด์ตัวหนึ่งก่อนจะพ่นไฟสำเร็จ เวลฟ์ได้ใช้เวทมนตร์ลมทำให้ไฟระเบิดในร่างของมันแทน

เมื่อเดินทางต่อจนผลของไอเท็มสร้างกลิ่นหมดลง พวกเบลยังพบมิโนทอร์อีก 3 ตัวดักรออยู่และสามารถโค่นพวกนั้นลงได้ แต่ก็ทำให้ร่างกายเขาเหนื่อยอย่างมาก

ทิ้งท้ายที่ พวกเฮสเทียตั้งทีมช่วยเหลือพวกเบล โดยมีตัวเธอ กลุ่มของทาเคมิคาสึจิ เฮอร์เมส และ แอสฟิ แล้วยังมีผู้หญิงปิดหน้าอีกคนที่ต้องการเข้าไปด้วย (ริว)

ตอนที่ 11: Labyrinth of Paradise (Under Resort)

ทีมสำรวจของเฮสเทียเดินทางลงมาถึงชั้นล่างและได้พบกับอาวุธของพวกเบลที่ตกอยู่ ทำให้ทราบว่าเกิดอันตรายขึ้นกับเขา และทราบว่าเขาน่าจะมุ่งหน้าลงไปยังชั้นที่ลึกลงไป จึงตามไปชั้นล่าง

ทั้งเบลพยายามพาทั้งริริและเวลฟ์ที่หมดสติไปยังเป้าหมายชั้นล่าง แต่ระหว่างทางถูกโจมตีโดยบอสของชั้นจึงต้องรีบวิ่งเข้าไปยังเป้าหมายตกลงไปชั้นล่าง จนหมดสติต่อหน้าไอส์ที่ยืนอยู่โดยไม่ทราบว่าเป็นเธอ

เบลฟื้นขึ้นมาอีกครั้งที่แคมป์ของพวกโลกิแฟมิเลียแล้วยังสะดุดล้มไปทางไอส์ ก่อนจะไปขอบคุณพวกคนในกลุ่มของโลกิแฟมิเลีย

เบลยังได้รู้จักกับสมาชิกในกลุ่มอีกสองคน คือ สองแฝด ทิโนเน่ (ผมยาว) และทิโนน่า (ผมสั้น) สนใจสัญลักษณ์บนหลังของเขาที่เผยก่อนหน้านี้ และเรียกเขาว่า Argonaut คุง

พวกริริฟื้นขึ้นมาหลังจากนั้น มีการพูดคุยกันในกลุ่ม จนกระทั่ง เฮสเทียเดินทางลงมาจนพบเบล เฮอร์เมสแนะนำตัวและพูดถึงเรื่องของพวกมิโคโตะที่ต้องการขอโทษ จึงโค้งคำนับโทษเขาที่ลากมอนสเตอร์ไปทางเขาจนเกิดเหตุวุ่นวายแบบนี้

นอกที่พัก ฮีเฟสตัส ยังฝากของชิ้นหนึ่งให้เฮสเทียนำมามอบให้เวลฟ์ กลุ่มของเฮสเทียจึงจะอยู่ที่นี่ไปสักหน่อยก่อนจะกลับขึ้นไป เฮสเทียยังเข้ามาขัดตอนเบลคุยกับไอส์ ซึ่งเข้าใจว่าทั้งสองจะเดทกัน ทำให้เบลต้องรีบแก้ตัว

ทิ้งท้ายที่เวลฟ์ที่นึกถึงตอนที่พูดคุยกับ ฮีเฟสตัส ในสมัยที่อยู่แฟมิเลียของเธอ

ตอนที่ 12: Evil Intentions (Show)

กลุ่มของพวกเบลเดินทางมาจนถึงเมืองที่พวกนักเดินทางสร้างขึ้นมาเป็นที่พักในพื้นที่ปลอดภัย ซึ่งหน้าใหม่แบบเบลได้รับการต้อนรับที่ไม่ค่อยดีนักจากนักผจญภัยเลเวลสูงในชั้นนี้

ระหว่างพวกสาวๆ ที่ไปอาบน้ำ เฮอร์เมสพาเบลไปที่นั่น ทำให้เบลพยายามปฏิเสธจนตกลงมาด้านล่างพบกับพวกผู้หญิง แล้วยังเจอไอส์ที่เปลือยอยู่ทำให้รีบวิ่งออกมาจากที่นั่น จนพบริวที่แยกมาอาบน้ำตามลำพัง

ริวพาเบลไปเคารพหลุมศพของกลุ่มแฟมิเลียแอสเทรีย สมัยที่เธอยังเป็นนักผจญภัย ก่อนจะบาดเจ็บสาหัสและได้เข้าไปในเมืองจนได้รับการพาไปรักษาตัว

ด้านเฮสเทียถูกคนที่ล่องหนได้พาตัวออกไปจากเต้นท์ เบลได้รับจดหมายที่ทิ้งไว้ จึงตามไปตามลำพังแต่มีคนในกลุ่มที่ฝึกอยู่ในป่าเห็นเขาวิ่งอย่างเร่งรีบ

เบลสู้กับคนที่หมั่นไส้เขา ซึ่งเขาได้ใช้ไอเทมเวทมนตร์พรางตัวต่อหน้าเบลแล้วซ้อมเบลต่อหน้าคนอื่น เฮอร์เมสนั่งดูอยู่โดยไม่ต้องการไปก้าวก่ายเรื่องของมนุษย์

พวกคนอื่นๆ ที่ทราบว่าเบลกำลังเดือดร้อนได้รีบมาช่วยเหลือ แล้วสู้กับนักผจญภัยที่มาหาเรื่อง ด้านเวลฟ์ยังทำอาวุธที่ฝากมาตกลงหน้าผาไปและได้รับการช่วยเหลือจากริว

พวกริริได้ไปช่วยเหลือเฮสเทียออกมา เฮสเทียตามไปหาเบลและแสดงพลังของเธอ เบลได้อยู่นิ่งเพื่อฟังเสียงการเคลื่อนไหวและเล่นงานคนที่ซ่อนตัวอยู่ได้สำเร็จ เฮสเทียเข้ามาห้าม ทำให้พวกที่ก่อเรื่องวิ่งหนีไป

เมื่อเฮสเทียเข้าไปหาเบล บนเพดานของชั้นนี้ได้ปรากฏมอนสเตอร์ขนาดใหญ่ที่มองมาที่พวกเขา แล้วเกิดแรงสั่นสะเทือนขึ้นอย่างรุนแรง

ตอนที่ 13 : Familia Myth

พวกเฮสเทียได้พบกับบอสของชั้นนี้ Goliath ที่เข้ามาโจมตีทุกคน พร้อมกับฝูงมอนสเตอร์ที่ตามมาจำนวนมาก

คนที่ก่อเรื่องได้รับความช่วยเหลือจากเบลและพวกริริ จึงยอมที่จะช่วยเขา ด้าน แอสฟิ อัล แอนโดรเมดา ได้ไปเจรจากับพวกนักเดินทางที่กำลังจะหนี จนฮึดขึ้นสู้กับพวกมอนสเตอร์

พวกเบลร่วมมือกับนักผจญภัยร่วม 100 ชีวิตเพื่อล้มบอสมอนสเตอร์และพวกลูกน้อง

การร่วมมือกันโจมตีได้ผลในระดับหนึ่ง แต่บอสก็เปลี่ยนรูปแบบการต่อสู้ สร้างปัญหาให้กับกลุ่มนักเดินทางที่พยายามล้มบอสลง

การโจมตีด้วยพลังของเบลไม่ได้ผลกับบอสในช่วงแรก และบาดเจ็บสาหัสจนลุกไม่ขึ้น เฮอร์เมสได้ฝากข้อความที่ปู่เขาพูดมาให้ เขาได้ฟื้นขึ้นอีกครั้ง

ริวและแอสฟิเข้าเล่นงานบอส จนเปิดโอกาสให้ ยามาโตะใช้เวทมนตร์ในการผนึกบอส เวลฟ์ใช้ดาบเข้าไปโจมตีใส่บอสจนพังลง

เบลได้ใช้พลังผู้กล้าของเขาเข้าไปปิดฉากบอสจนแก่นของบอสปรากฏขึ้นและกำจัดบอสได้ในที่สุด

นักผจญภัยเดินทางกลับถึงเมืองโดยสวัสดิภาพ และมีการเลี้ยงฉลองกันส่งท้าย

OVA: Is It Wrong to Expect a Hot Spring in a Dungeon?

เหตุการณ์ที่บ่อน้ำร้อนในที่พบในดันเจี้ยน มีศัตรูโจมตีระหว่างนั้น แต่ไม่สร้างปัญหานัก