Shirobako (2014-2015) ตอนที่ 1-24

112

กลุ่มนักเรียนหญิง 5 คนในชมรมที่เคยสร้างอนิเมชั่นด้วยกัน ก่อนจะแยกย้ายกันไปทำงานในอุตสาหกรรมอนิเมะตามทางของตนเอง เนื้อหาจะเกี่ยวกับอาโออิที่ทำงานในสตูดิโอ Musashino Animation

ตัวละครหลัก

มิยาโมริ อาโออิ (Miyamori Aoi) – Production Assistant / Production Desk (ครึ่งหลัง) บ่อยครั้งมโนภาพเห็น มิมุจิและโลโล่ มาช่วยอธิบายเรื่องต่างๆ ในวงกานอนิเมะให้ทราบ
อิมาอิ มิโดริ (Imai Midori) – Freelance (Scriptwriter) ปัจจุบันเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัย ที่ต้องการเป็นนักเขียนบท
ซาคาคิ ชิซึกะ (Sakaki Shizuka) – Voice Actor บริษัท Akaoni Production ช่วงแรกยังไม่ได้งานพากย์ในอนิเมะเรื่องใด
โทโด มิสะ (Toudou Misa) – 3D Computer Graphic
ยาสุฮาระ เอมะ (Yasuhara Ema) – Key Animator บริษัท Musashino Animation

เรื่องย่อ

1. Exodus To Tomorrow!

เวลาผ่านไป 2 ปีครึ่ง หลังเรียนจบ อาโออิได้มาทำงานในตำแหน่ง Production Assistant ที่บริษัท Murashino Animation และได้ร่วมงานแรกเรื่อง Exodus 13 ตอน

ทาโร่ก่อเรื่องขึ้นเมื่องานตอน 3 กลับยังไม่ได้ลงสีและกำหนดส่งงานกระชั้นชิด จึงขอความช่วยเหลือจากอนิเมเตอร์อิสระ สุดท้ายงานเสร็จทันเวลา

2. Arupin is Here!

เนื่องจากทุ่มเทกับการแก้ไขปัญหาตอน 3 ทำให้กำหนดการตอนที่เหลือเร่งขึ้นตามลำดับ แต่ก็พบปัญหาใหม่เมื่อผู้กำกับสื่อสารรายละเอียดตัวละครไม่ชัดเจนพอ ทำให้ต้องเคลียร์กันอีกครั้งเพราะจะส่งผลตั้งแต่ตอน 4 เป็นต้นไปจนไปถึงตอนจบ หลังอธิบายข้อมูลตัวละครที่ชัดเจนขึ้นเพื่อที่ฝ่ายต่างๆ จะแก้ไขดีเทลตัวละครได้ทัน

3. No More Recap Episodes

ปัญหาเริ่มหนักขึ้น นอกจากตัวคนแล้ว ยังมีพวกเซิร์ฟเวอร์ส่งงานมีปัญหาอีก จนอาโออิเครียดจัด

เอริกะที่เห็นอาโออิลำบากจึงให้เธออธิบายปัญหา ก่อนจะเสนอวิธีแก้ และให้คนอื่นช่วยเหลือเป็นทีม

4. I Totally Messed Up

อาโออิได้นัดเจอกับเพื่อนเก่าอีก 4 คน และเที่ยวกันตลอดวัน ทาโร่ติดต่อมาแต่พูดวกวน เธอจึงวางสายไป

เมื่อกลับมาทำงาน ทาโร่ก็สร้างปัญหาใหม่ให้เนื่องจากทำให้ผู้กำกับตอนที่ 8 หัวเสียจนขอดรอปจากการดูแล ส่วนผู้กำกับใหญ่ก็มีปัญหาที่เขียนสตอรี่บอร์ดตอนจบไม่เสร็จเช่นกัน

5. Those Who Blame Others Should Just Quit!

ฮอนดะหัวหน้าของอาโออิใช้ไม้แข็งกับผู้กำกับ บังคับให้เขาต้องปั่นงานจนเสร็จในห้องเก็บของที่มีตารางอยู่ ระหว่างทำงานยังมีการพูดถึงผู้กำกับสมัยเป็นที่จับตามอง แต่หลังจากพลาดเรื่องก่อนหน้านี้ของเขา ทำให้อนาคตเขาดับวูบ จนได้มาเป็นผู้กำกับอีกครั้งในเรื่องนี้

ด้านปัญหาของเอ็นโดนั้นเพราะทาโร่ดันสื่อสารแบบไม่ใส่ใจ พูดแบบไม่คิด ทำให้เอ็นโดที่รักงานด้าน 2D ถูกดูถูกว่าจะใช้ 3D สบายกว่า ในขณะที่ชิโมยานากิที่ทำงานด้าน 3D ถูกหาว่าแค่สนับสนุนพวก 2D ส่งผลให้ทั้งสองแตกคอกัน อีกทั้งงานทั้งสองคนก็เริ่มงานไปแล้ว

เอ็นโดได้คุยกับเพื่อนและคิตาโนะที่เป็นอนิเมเตอร์รุ่นเก่า แต่มีความสนใจทั้งงาน 2D และ 3D คิดว่าควรใช้งานร่วมกันเพื่ออนาคต เอ็นโดจึงคิดทบทวนเรื่องนี้ใหม่

เรื่องกลับเลวร้ายลงกวาเดิมเพราะคนดูแลตอนที่ 9 ที่เป็นเพื่อนเอ็นโด มั่นใจว่าจะใช้แบบ 2D งานจึงเข้าอาโออิอีกคน

6. Idepon Miyamori: On the Move

อาโออิจำเป็นต้องแจ้งหัวหน้าฮอนดะ ไม่สามารถช่วยทาโร่ปิดบังได้อีก ระหว่างไปรับงานจากมิซาโตะเธอให้บัตรนิทรรศการเรื่อง Idepon ที่เอ็นโดชอบและฝากภรรยาเขาไป

เอ็นโดมางานตามลำพัง และได้ปรับความเข้าใจกับ ชิโมยานากิ ที่ชอบเหมือนกัน โดยที่อาโออิไม่ได้วางแผนเรื่องนี้

7. Retake with the Cat

พี่สาวของอาโออิมาเที่ยวบ้าน จึงให้รุ่นน้องที่พักดูแลแทน สมาชิกคนหนึ่งของกลุ่มลาออกไปช่วยงานรุ่นพี่ ส่งผลให้อาโออิต้องตามงาน ตอนที่ 13 ซึ่งเป็นตอนจบด้วย

อาโออิได้ยินเรื่องระดับที่เล่าขานของผู้กำกับที่มีปัญหามากมายจากงานชิ้นล่าสุดเมื่อ 6 ปีก่อนของเขา ทำให้อาโออิต้องรีบเร่งงานผู้กำกับ

เอมะที่เป็น Key Animator มีปัญหากับการวาดรูปแมวที่ไม่เคยวาด เริ่มมีปัญหากับกลุ่ม In-Betweens ที่ต้องวาดเคลื่อนไหวระหว่างภาพหลัก ซึ่งรู้สึกว่าเอมะทำงานขาดประสบการณ์และลวกจนเหมือนไม่ตั้งใจ ซึ่งเธอมั่นใจว่าพยายามแล้วแต่ไม่เก่งเหมือนคนอื่นจนเริ่มท้อ

8. I’m Not Blaming You

มีการพูดถึงอนาคตที่อาโออิยังไม่ได้คิดไว้ต่างจากคนอื่นและสอบถามอนาคตของคนอื่นๆ

สุกิเอะ อนิเมเตอร์รุ่นเก่า ได้ขอให้ยูมิไปคุยกับเอมะ เพื่อแก้ปัญหาการวาดรูปแมว เธอจึงพากเอมะไปจับของจริงและให้ศึกษา

ฮอนดะเผยว่าเขาจะลาออกอีกคน แต่ไปตามความฝันตัวเองเปิดร้านเบเกอรี่

9. What Do You Think I Was Trying to Say?

ด้านมิสะ เริ่มเบื่องานของเธอที่ต้องทำ 3D ที่เกี่ยวกับส่วนประกอบในรถยนต์ เพราะเป็นจุดเด่นของบริษัท Super Media Creation ในปัจจุบัน ถามคนอื่นก็บอกว่าทำงานมาหลายปีก็ไม่พ้นเรื่องส่วนประกอบภายในรถยนต์ ทั้งที่มิสะหวังจะได้ทำงานเป็นการ์ตูน 3D จนเธอได้คุยกับประธานบริษัท เขาจึงบอกมิสะควรทำตามความฝันของเธอ

ฝั่งโปรดิวเซอร์มีการคุยงานเรื่องอนิเมะใหม่ ถึงด้านสำนักพิมพ์จะไม่มั่นใจกับฝีมือของผู้กำกับที่เคยมีชื่อเสีย แต่โปรดิวเซอร์พยายามบอกเรื่องผลงานล่าสุดของเขาที่มาแรง

ด้านชิซึกะที่ยังคงไม่มีงานพากย์อนิเมะเรื่องไหน ได้งานพากย์เสียงฝูงคนประกอบฉาก

ผู้กำกับหลังคุยกับคนดูแลบท ทำให้เกิดไอเดียบรรเจิดบรรยายเรื่องได้จนจบ อย่างไรก็ตาม อาโออิกลับต้องอึ้งเมื่อได้ยินประโยคสุดท้ายที่เขาต้องการม้านับร้อยตัวในฉาก ซึ่งไม่ได้วาดกันง่ายๆ ในเวลาที่จำกัด

10. Just One More

เหลือเวลาอีก 5 สัปดาห์ในการผลิตตอนสุดท้าย แต่อาจไม่มากพอกับความยาก ด้านมิสะตัดสินใจลาออกจากบริษัทเดิมและได้รับคำแนะนำงานใหม่จากทีมงาน CG ในบริษัทของอาโออิ

ด้านเอมะเริ่มได้รับคำชมจากงานวาดของเธอ ทั้งที่ก่อนหน้านี้เข้าใจผิดกับเธอมาตลอด

อาโออิเริ่มคิดว่าแต่ละคนมีเป้าหมายเป็นของตัวเอง ไม่เหมือนเธอ แต่เธอไม่มีเวลาคิดเรื่องนี้ เวลาผ่านไปจนเหลือ 29 วันที่เหมือนทุกอย่างน่าจะราบรื่น

11. The Little Key Frames Girl

งานส่วนใหญ่เสร็จแล้ว แต่ยังคงเหลืองานมากกว่าที่จะสามารถทำได้ทัน จึงต้องหาอนิเมเตอร์เพิ่ม แต่ตอนสุดท้ายควรจะมีคุณภาพทำให้ตัวเลือกมีไม่มากนัก

อาโออิตั้งใจให้สตูดิโอ Born ช่วย แต่เธอเคยสัมภาษณ์ที่นี่แล้วไม่ได้ตอบเป้าหมาย ทำให้กลัวประธานบริษัทแห่งนี้ จึงเปลี่ยนที่ใหม่ทันที เมื่อพบหน้า Inami Masahiko อีกครั้ง

Onodera ตอนนี้กลายเป็น Episode Director และอาโออิไปถามคนอื่นๆ ก็ปฏิเสธกันเกือบหมด

ระหว่างนั้น ทาโร่และอาโออิได้รับหน้าที่สัมภาษณ์พนักงานใหม่ ซึ่งพบคนแบบต่างๆ มีน่าสนใจบางส่วน

ยาโนะเครียดจนทรุดเพราะพ่อของเธออยู่ที่โรงพยาบาล จึงตกลงให้ทาโร่ไปส่ง และต้องรอดูอาการของพ่อไปอีกระยะ

อาโออิเหลือทางเดียวจึงติดต่อวาตานาเบ้ เพื่อขอรายชื่ออนิเมเตอร์เพิ่ม หนึ่งในกลุ่มเล่นไพ่นกกระจอก รู้สึกว่าอาโออิน่าสนใจ จึงได้แนะนำให้ไปหา Kanno Mitsuaki อนิเมเตอร์เรื่อง Neon Generation Avangaldon ที่มีชื่อเสียงในวงการ ทำให้อาโออิรีบไปหาเขาทั้งที่ตั้งใจหยอกเธอเล่นเท่านั้น

shirobako11-1 shirobako11-2 shirobako11-3 shirobako11-4 shirobako11-5 shirobako11-6

12. Exodus Christmas

ด้านพวกวาตานาเบ้ พูดถึงแผนการทำอนิเมะใหม่จากหนังสือการ์ตูนดังเรื่อง The Third Girls Aerial Squad

คันนะ ถามอาโออิย้อนกลับเรื่องเหตุผลที่ต้องวาดแบบนั้น ซึ่งยากและนักวาดปัจจุบันที่ขาดพื้นฐานการวาดภาพเคลื่อนไหว แต่เขาก็นึกถึงใครบางคนใน Musani ขึ้นมา

เมื่อประชุมตอนสุดท้ายที่ประสบปัญหา มีคนที่วาดได้ในบริษัท Sugie Shigeru ซึ่งยังติดงานบริษัทอื่นอยู่ ซึ่งคนนะเป็นคนบอกว่าเขาเคยวาดเรื่องชัคกี้ บางช่วงด้วยตัวคนเดียวโดยใช้เวลาเพียง 3 วัน

อาโออิตัดสินใจไปคุยกับเขาถึงบ้าน เขาประชุมที่บริษัทและคำนวณเวลาในการทำงาน แบ่งงานและเขาตั้งใจจะช่วยด้วยเช่นกัน มีการตรวจงานและปรับส่วนที่คลาดเคลื่อนให้ดีที่สุด

สุกิเอะ สอนอนิเมเตอร์รุ่นใหม่ที่สนใจงาน ภายหลังได้ขอบคุณอาโออิที่ทำให้คนรุ่นเก่าอย่างเขา มีค่าต่อบริษัทอีกครั้ง

ตอนสุดท้ายของ Exodus จบได้ทันเวลาอย่างเฉียดฉิว มีงานเลี้ยงฉลองในวันคริสมาสต์ วาตานาเบ้ยังนำตอนที่ 13 ของเรื่องมาดูร่วมกัน

shirobako12-1 shirobako12-2 shirobako12-3 shirobako12-4 shirobako12-5 shirobako12-6

13. What Kind of Cloud Do You Like?

ปีใหม่ มีการประกาศโปรเจ็คใหม่ คือ เรื่อง The Third Aerial Girls Squad จากมังงะชื่อดัง (ซังโจ) โดยจะฉายเดือนตุลาคม

ฮอนดะออกจากบริษัท Musashino ไปตามความฝันของตัวเอง, เอริกะยังคงเฝ้าพ่ออยู่ที่โรงพยาบาล

ผู้กำกับเรื่อง The Third Aerial Girls Squad คือ คิโนชิตะ เซย์จิ และสต๊าฟส่วนใหญ่ยังคงเหมือนเดิม

ด้านอาโออิได้ปรับตำแหน่งใหม่เป็น Production Desk และ ทาโร่ เป็น Chief Production Assistant

เมื่อทราบงาน Production Desk ที่ต้องประสานงานกับทุกฝ่ายและกำหนดลำดับสิ่งที่ต้องทำงานล่วงหน้าถึงเดือน 10 อาโออิจึงต้องรีบทำงานโดยเร็ว โดยเร่งงานผู้กำกับให้เขาไปติดต่อคนอื่น

รินโกะปฏิเสธงาน Character Design เพราะหลังจากตอนสุดท้ายของ Exodus เธอต้องการฝึกตัวเองเพิ่มตั้งแต่ต้นในตำแหน่ง Key Animator ตำแหน่งนี้ตกเป็นของ ยูมิ ที่ไม่เคยทำงานตำแหน่งนี้มาก่อน จากนั้นไปติดต่อ Art Director ที่ยังลังเลที่จะร่วม แต่เข้าร่วมภายหลัง

ในการนัดพบระหว่างสองฝ่าย ผู้เขียนไม่ได้มา ส่วนบรรณาธิการของผู้เขียน ตอบตกลงงาน อย่างลวกๆ และไม่ได้คุยอะไรมากนัก

ระหว่างหาข้อมูลเพิ่มเติม มีการสนใจ ดีเซล ซัง ที่เคยหาข้อมูลให้ ผู้เขียนบทต้องการหาข้อมูลเพิ่มเติมที่หาบนเน็ตไม่ได้ จึงอยากให้เธอช่วยงาน

shirobako-13-1 shirobako-13-2 shirobako-13-3 shirobako-13-4 shirobako-13-5 shirobako-13-6

14. The Ruthless Audition Meeting

ชิซึกะได้ไปร่วมคัดเลือกนักพากย์ตัวละครในเรื่อง The Third Aerial Girls Squad ซึ่งมีการสนใจเสียงพากย์ของเธอในบทของแคทเธอลีน

Production Assistant คนใหม่ ฮิราโอกะ ไดสุเกะ (Hiraoka Daisuke) ได้เข้ามาร่วมงาน ซึ่งเคยผ่านงานมาหลายบริษัทแต่ดูไม่สนใจอะไรนัก

เมื่อประชุมโหวตเรื่องเสียงพากย์ แม้ว่าผู้กำกับจะสนใจเสียงชิซึกะกับบทอาเรีย แต่โปรดิวเซอร์จาก 3 บริษัทใหญ่นอกวงการอนิเมะ ต้องการคนที่มีผลงานมาก่อน, ร้องเพลงได้ หรือ หุ่นดี (เพื่อกิจกรรมนอกสถานที่) ทำให้คัดเลือกคนอื่นขึ้นมาแทน การประชุมใช้เวลายืดเยื้อเพราะความเห็นไม่ลงรอยกัน

ถึงอาเรียจะได้เสียงตามที่ผู้กำกับต้องการ แต่สุดท้ายถึงบทของแคทเธอรีนนั้น ถึงผู้กำกับจะชอบเสียงของเธอแต่เมื่อเปิดฟังแล้วเทียบกับนักพากย์ที่มีประสบการณ์กว่าแล้วยังห่างชั้น (ด้านเสียง) จึงมีการลงบันทึกเพียงว่าน่าสนใจเท่านั้น

เมื่อได้อ่านที่มิโดริหาข้อมูลมา จึงให้เธอเข้าร่วมเป็นในฐาน Setting Production และทราบเรื่องที่เธอถูกเรียกว่าดีเซลซัง จากข้อมูลรถไฟในเรื่อง Exodus แต่เธอให้เรียกแบบนั้นได้

เรื่องงาน CG อาโออิยังแนะนำบริษัทที่มิสะทำงานอยู่ให้มาร่วมงานด้วย ด้านชิซึกะทราบหลังจากนั้นว่า งานพากย์ที่เธอไม่ผ่านนั้น เพื่อนอีก 4 ได้ทำงานร่วมกัน ทำให้คนอื่นรีบปลอบเธอ

อาโออิไปคุยกับสตูดิโอ Titanic ที่มาช่วยด้านอนิเมชั่นตามที่ไดสุเกะบอก ฮอนดะเคยได้ยินชื่อนี้ อาโออิจึงไปติดต่อและส่งตารางงานให้

shirobako-14-1 shirobako-14-3 shirobako producer game music event shirobako-14-4 shirobako-14-5 shirobako-14-6

15. Will These Drawings Work?

เดือนเมษายน ครบรอบ 40 ปีบริษัท มีการแนะนำพนักงานใหม่เพิ่มขึ้น Andou Tsubaki และ Satou Sara ทั้งสองเข้าร่วมตำแหน่ง Production Assistant

Andou Tsubaki ที่ค่อนข้างรู้เรื่องข่าวลือในวงการดี และยังแซวคนอื่นในห้องประชุม มีการพูดเรื่องตอนจบที่ไม่รู้จะเป็นยังไงดี เพราะถ้าจบแบบเดิมๆ ผู้ชมจะไม่พอใจได้

มีการ Loc Hunting เพื่อสำรวจสถานที่ต่างๆ และอธิบายการพบปะกับแผนกที่เกี่ยวข้องในกระบวนการผลิต ทั้ง 3D, สี, ดนตรีประกอบ และอื่นๆ

ระหว่างคุยงานต่างๆ ด้านภาพ มีการแนะนำ Kunogi Ai คีย์อนิเมเตอร์ขี้อายและไม่พูดต่อหน้าคนอื่น ให้รุ่นพี่เอมะช่วยเป็นสื่อกลางให้

เวลาผ่านไป วาตานาเบ้บอกข่าวร้ายที่ผู้เขียนต้องการ The Third Aerial Girls Squad เปลี่ยนดีไซน์ตัวละครใหม่ เท่ากับว่า “ทุกอย่าง” ต้องเริ่มต้นจาก 0 ใหม่อีกครั้ง

shirobako-15-1 shirobako-15-2 shirobako-15-3-1 shirobako-15-4 shirobako-15-5 shirobako-15-6

16. Table Flip

เวลาเหลือเพียง 3 เดือน ยูมิ ถึงพยายามออกแบบตัวละครใหม่ตามที่ผู้เขียนต้องการ เพราะขาดความน่ารักไป แต่ยิ่งพยายามกลับแย่ลงจนทำให้เธอท้อ

ถึงด้านตัวละครทำอะไรต่อไม่ได้ แต่มีการให้ดำเนินงานส่วนที่ไม่เกี่ยวกับตัวละครไปก่อน เช่น พื้นหลัง และ 3D CG

บรรณาธิการไม่ช่วยเหลือในการขอพบผู้เขียน นอกจากให้ตามเมลของผู้เขียนเท่านั้น จนเวลาผ่านไปร่วม 10 วัน ยังคงไม่สามารถทำให้ถูกใจผู้เขียนได้

เมื่อพูดกับรินโกะ เธอให้ความเห็นว่าขาดการช่วยเหลือสำหรับ Character Design มือใหม่ โดยเฉพาะเรื่องผู้เขียนที่ไม่บอกอะไร
รินโกะพาพวกยูมิ ไปโอเอซิสของเธอ ซึ่งเป็นสนามเบสบอล เธอทั้งตีและขว้างลูกได้ดี ทำให้อาโออิจำได้ว่ามาจากเรื่อง Gothic Lolita Women’s Koushien ซึ่งยูมิเคยออกแบบมาก่อน

เธอเล่าประสบการณ์แย่ๆ สมัยก่อนแต่งชุดโกธิค ที่เคยพบปัญหาคล้ายกัน จึงเปลี่ยนแปลงตัวเองตามตัวเอกเรื่องที่เธอเคยเขียน ผลการเปลี่ยนแปลงตัวเองทำให้เธอรู้สึกมีพลังยิ่งขึ้น แล้วแนะนำยูมิจากเมลที่ผู้แต่งเขียนมา ทำให้พอเดาได้ว่าเขาต้องการอะไร

ยูมิเปลี่ยนชุดคล้ายอาเรียในตอนที่ 3 เพื่อให้เข้าถึงตัวละครมากขึ้น

ทุกอย่างดีขึ้นมาก แต่บรรณาธิการกลับไม่ได้สนใจเหมือนเดิม พวก Producer จึงต้องทำงานของตัวเองบ้าง โดยไปหาบรรณาธิการที่เล่นกอล์ฟอยู่

อาโออิได้รับเมลจากผู้เขียน ซึ่งเขายอมรับลายเส้นของยูมิ

shirobako-16-1 shirobako-16-2 shirobako-16-3 shirobako-16-4 shirobako-16-5 shirobako-16-6

17. Where Am I…

ฉลองครบรอบ 2 ล้านเล่ม เรื่อง The Third Aerial Girls Squad ประกาศภาคทีวีอนิเมะ และข้อมูลบางส่วน แต่ยังมีความเห็นด้านลบบนอินเตอร์เน็ต

ฮอนดะกลับมาเยี่ยมบริษัท ผอมกว่าเดิม และถามเรื่องงานของอาโออิกับสมาชิกใหม่

บรรณาธิการต้องการ Promotion Video (PV) ด่วนเพื่อฉายในงาน 13 สิงหาคมนี้ (และส่งงานภายในวันที่ 9) ซึ่งเหลือเวลาไม่ถึง 2 สัปดาห์ ทำให้ต้องประชุมด่วน แต่ละคนจึงรับงานหนัก

ด้านชิซึกะที่ไปช่วยงาน Event สำหรับเด็ก แต่คนแสดงไม่มา จึงตัดสินใจช่วยแสดงแทนและพากย์ไปด้วย ซึ่งได้รับเสียงตอบรับจากเด็กและพนักงานคนอื่นเป็นอย่างดี

หลังจากผ่านเรื่องยากลำบากหลายเรื่อง สุดท้าย PV ก็ทำเสร็จได้ทัน จึงมีการเลี้ยงฉลองและเปิด PV แสดง

shirobako-17-1 shirobako-17-2 shirobako-17-3 shirobako-17-4 shirobako-17-5 shirobako-17-6

18. You Set Me Up!

พากย์เสียง สึซึกิ เคียวโกะ ที่รับบทอาเรีย ยังคงพากย์ได้ไม่ดีเหมือนตอนทดสอบ ทำให้การพากย์ล่าช้า จนคนอื่นๆ รวมถึงคนในห้องอัดเสียงต้องมาคุยกับเธอให้สบายใจขึ้น

อาโออิ หาประธาน Okura Masahiro ที่ถนัดงานพวกวาดภาพสถานที่ ตามคำแนะนำที่บาร์แห่งหนึ่ง ซึ่งเขายังเมาอยู่ และรับงานของอาโออิ

สตูดิโอ Titanic ตามติดต่อความคืบหน้าของงานยาก จนติดต่อได้ในที่สุด แต่ตอนที่ 5 กลับยังทำได้ไม่ถึงไหน

เมื่อไปพบ โอคุระ สร่างเมา จำอาโออิไม่ได้จนเห็นนามบัตรที่เก็บไว้ แต่เขาก็ปฏิเสธงานท่าเดียว

เมื่อทานของฝาก ทำให้เขาพอใจมากขึ้น แต่ไม่พอใจเมื่อทราบว่า เป็นของประธานบริษัท Musani สุดท้ายก็ยอมช่วย

ผู้กำกับพบว่า Episode Director คนหนึ่งทำงานผิดพลาดเยอะมาก เขาอ้างว่าดูหลายเรื่องและยอมรับความผิด แต่มีการพาดพิงถึงงานเก่าของผู้กำกับ

อาโออิพบปัญหาเมื่อมี Episode Director ยกเลิกงานโดยไม่บอกล่วงหน้า และพบปัญหาต่างๆ จากคนอื่นอีก ทำให้เริ่มสับสนหนักเพราะไม่ทราบจะหาคนมาแทนได้จากที่ไหน ระหว่างนั้นเอริกะกลับมาทำงานอีกครั้ง

shirobako-18-1 shirobako-18-2 shirobako-18-3 shirobako-18-4 shirobako-18-5 shirobako-18-6

19. Did You Catch Any?

เอริกะทราบปัญหาและให้อาโออิที่นอนไม่ค่อยพอ หลับอย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องคิดเรื่องงาน

วันต่อมา เอริกะช่วยตาม Episode Director ตอนที่ 5 และไปสตูดิโอ Titanic โดยลากฮิราโอกะไปด้วย ให้อาโออินั่งทำงานที่โต๊ะตามหน้าที่

เอริกะมีโอกาสคุยกับฮิราโอกะตามลำพัง เขารู้สึกว่าอาโออิจริงจังกับงานเกินไปและยังคงอยู่ในความฝัน ถึงเอริกะจะชอบคนแบบนั้น แต่ฮิราโอกะเกลียดคนประเภทนั้น

เอมะพยายามหาวิธีวาดภาพตอนกินของเปรี้ยว แล้วให้พวกอาโออิและมิโดริ ช่วยเป็นแบบให้ในภายหลัง

เอริกะคุยกับ Iketani Hiroshi และบอกเรื่องให้เขามาตามนัดพบกับผู้กำกับ ซึ่งก็ถูกบังคับให้มาถึงที่ภายหลัง

ประธานบริษัทชวนอาโออิไปที่ Musashino Picture ที่ล้มละลายปีก่อนและยังใช้เป็นที่เก็บของ

อาโออิยังมโนเห็นภาพถึงการทำงานสมัยก่อน 40 ปีก่อน ที่ทำงานกันจนดึกดื่น ประธานบริษัทเป็น Production Desk ในเวลานั้น ร่วมงานกับผู้กำกับ Morimiya Saburou, Sugie Shigeru, Sagamori Kouji และ Momose Isamu

โอคุระเดินทางกลับมาจากการเก็บภาพ เล่าถึงอดีตของเขาก่อนที่จะหลงใหลงานด้านพื้นหลัง แล้วแสดงภาพวาดให้อาโออิได้เห็น ซึ่งทำให้เธอประทับใจถึงบ้านเกิดของอาเรียที่เขาไปเก็บข้อมูลมา

shirobako-19-1 shirobako-19-3 shirobako-19-4 shirobako-19-6 shirobako-19-5 shirobako-19-7

20. I’ll Do My Best, Mustang

มีการปรึกษากันเรื่องตอนจบของเรื่อง ซึ่งไมตาเกะ คนดูบทเองก็คิดไม่ออกว่าควรจะเป็นอย่างไรดี หรือควรเป็นตอนพิเศษ (Original) เวลาเหลือไม่มากนัก

พวกอาโออิห้ามผู้กำกับเสนอความคิดที่จะดัดแปลงจากต้นฉบับเดิมที่อาเรียตัดสินใจหยุดขับเครื่องบิน

ไมตาเกะย้อนถามเรื่องเหตุผลที่มาทำงานอนิเมะ แต่ละคนตอบให้ความเห็นที่ต่างกันไป ด้านมิโดริยังได้รับการฝึกเขียนบทจากไมตาเกะแต่เขาไม่รับเธอเป็นศิษย์ เพียงแต่จะดูบทที่เธอเขียนให้ตามหัวข้อที่เขาให้

ด้านเอริกะยังคงรับมือกับผู้กำกับ Episode ตอนที่ 5 พยายามจะชิ่งตลอดเวลาได้ และขู่ให้เขาทำงานเรื่อยๆ

ฮิราโอกะ ไม่พอใจกับท่าทางมิโดริที่บ่นว่าหางานง่ายเพราะเป็นผู้หญิง รวมทั้งยังมีเรื่องกับมาโดกะที่เป็น Episode Director ในตอนที่ 3 จนมีปากเสียงและใช้กำลัง ผู้จัดการจึงมาหยุดทั้งสอง เขาจึงได้คุยกับประธานบริษัท สุดท้ายก็ไปขอโทษมาโดกะ แต่ยังคงไม่พอใจกับพวกนั้นอยู่ดี

ตอนที่ 12 เป็นผลงานร่วมของยามาดะกับมาโดกะ ฮิราโอกะจึงต้องทำงานร่วมกับทาโร่

ประชุมตอนที่ 13 อีกครั้ง ไมตาเกะนึกถึงบทสนทนาท้ายตอนที่ 12 และมีการพูดถึงเป้าหมายของแต่ละคน ยกเว้นอาเรียที่ไม่สามารถตอบได้ แคทชี่ (แคทเธอรีน) ได้พูดอย่างน่าประทับใจกับอาเรียซึ่งน่าจะโยงตอนที่ 13 ได้ แต่ตัวไมตาเกะเองรู้สึกว่าถ้าเขียนบทเด็กผู้หญิงคุยกันจะไม่เหมาะ จึงให้มิโดริเขียนบทในตอนจบ

มิโดริได้พูดเรื่องนี้กับฮิราโอกะที่มีงานบางอย่างที่เหมาะสำหรับผู้หญิง อาโออิได้อ่านบทสนทนาของอาเรียที่ตอบกลับแคทชี่สำหรับตอนสุดท้าย เธอไม่มีความปรารถนาใดๆ แต่คนอื่นมี เธอจึงต้องการช่วยสนับสนุนทุกคน

shirobako episode 20 anime 1 shirobako episode 20 anime 2 shirobako episode 20 anime 3 shirobako episode 20 anime 4 shirobako episode 20 anime 9 shirobako episode 20 anime 5  shirobako episode 20 anime 7 shirobako episode 20 anime 8 shirobako episode 20 anime 6

21. Don’t Hold the Quality Hostage

เอริกะยังคงทวงงานจนให้ Episode Director ตอนที่ 5 ต้องมาทำขั้นตอนต่อไปได้ เมื่อคนอื่นถามวิธี เธอบอกว่าเพียงยิ้มเท่านั้น

มิสะได้งาน CG เพิ่ม นอกจากเครื่องบินแล้วยังได้ทำภาพตัวละคร 3D จึงมีการเก็บข้อมูลกับคนอื่นที่สวนสนุก

อิโซกาว่า ประธานบริษัท A.C Tsuchinoko ได้มาส่งงานด้วยตัวเอง เขายังพูดเรื่องที่เคยเรียนที่เดียวกับไดสุเกะและเอริกะ จึงได้คุยกับทั้งสอง

ไดสุเกะสร้างความไม่พอใจกับ Key Animator ทำให้อาโออิต้องเรียกมาคุย ซึ่งเขายังสนใจงานสบายมากกว่า จนอาโออิถามย้อนถามเหตุผลที่เขายังทำงานนี้อยู่ อาโออิถามเรื่องนี้กับเอริกะทำให้ทราบเรื่องที่เขาอยากทำอนิเมะมาก แต่เปลี่ยนไปหลังจากผ่านงานอนิเมะ อาโออิไปให้คำแนะนำเขาในภายหลัง

ประธานบริษัท BorN สงสัยทีมงานที่ทำหน้าที่ Production Desk จึงได้พบอาโออิ ซึ่งตอนนี้เธอไม่ได้กลัวเขาเหมือนเมื่อตอนที่เคยสัมภาษณ์งานกับเขา

สตอรี่บอร์ดตอนสุดท้ายเสร็จแบบเร็วเกินคาด ทางกลุ่ม Production Desk อาโออิจะร่วมงานกับซาโต้และอันโดสำหรับตอนสุดท้าย

shirobako episode 20 pic 0 shirobako episode 20 pic 1 shirobako episode 20 pic 2 shirobako episode 20 pic 4 shirobako episode 20 pic 5 shirobako episode 20 pic 6 shirobako episode 20 pic 7 shirobako episode 20 pic 8 shirobako episode 20 pic 9

22. Noa’s in Her Underwear

ยูมิเสนอให้เอมะร่วมกับรินโกะในตำแหน่ง Assistant General Animation Supervisor ของตอนสุดท้ายและอาโออิพยายามให้เอมะมั่นใจในตัวเอง

อาโออิไปเคลียร์ปัญหากับเซกาว่าที่ไม่พอใจฮิราโอกะ ซึ่งเธอตอบรับที่จะดูแลตอนที่ 12 ให้ การดำเนินงานส่วนใหญ่ยังราบรื่นตามกำหนด

ทาโร่ไปดื่มกับฮิราโอกะ เมื่อทราบเรื่องในอดีตของเขาที่ไม่ค่อยดีจากบริษัทเก่าและตั้งใจจะลาออกหลังจบตอนสุดท้าย แต่หลังดื่มทั้งสองก็เข้ากันได้ดียิ่งขึ้น

สำหรับตอนที่ 13 ไอถูกเรียกไปเข้าประชุมคนเดียว เธอได้พูดกับผู้กำกับครั้งแรกถึงชุดชั้นในของโนอา

การพากย์ได้ถูกเก็บเสียงจนครบแล้ว แต่คัตสึรากิ ได้รับการติดต่อมาว่าอาจารย์ไม่พอใจกับตอนสุดท้ายมากๆ และปฏิเสธสตอรี่บอร์ดของตอนสุดท้าย

shirobako episode 22 pic 1 shirobako episode 22 pic 2 shirobako episode 22 pic 3 shirobako episode 22 pic 4 shirobako episode 22 pic 5 shirobako episode 22 pic 6 shirobako episode 22 pic 7 shirobako episode 22 pic 8 shirobako episode 22 pic 9

23. Table Flip Continued

ถึง อาจารย์โนกาเมะ ยังคงต้องการให้จบตามต้นฉบับเดิมต่อเนื่องจากเหตุการณ์แคทเธอรีนตาย ไม่ใช่ให้อาเรียกลับไปขับเคลื่อนบิน ซึ่งจะจบแบบธีม Bad Ending ด้านทีมผลิตอนิเมะไม่ต้องการแบบนั้น

มีการพูดถึงงานที่ได้เป็นนอนิเมะเรื่องแรกของอาจารย์ที่เป็นสาวชุดกะลาสีแข่งรถฟอร์มูล่า แต่ถูกดัดจากต้นฉบับไปมากจนส่งผลเสียต่อมังงะเอง

ผู้กำกับคิโนชิตะหาวิธีติดต่ออาจารย์โนกาเมะเพื่อขอพบเป็นการส่วนตัว แต่ก็พบอุปสรรค์ระหว่างทางจนไปถึงห้องประชุม

ความเห็นของผู้กำกับและอาจารย์โนกาเมะต่างกัน ซึ่งไม่ได้เป็นแนวธีมเวิร์คอย่างที่คิด แต่ผู้กำกับก็เข้าใจว่าเขาต้องการให้มีการเสียสละและเริ่มต้นใหม่ แล้วหาจุดมุ่งหมายที่จะขับเครื่องบินอีกครั้ง อาจารย์ยังเสนอไอเดียน้องสาวของแคทเธอรีนโดยจะร่างภาพต้นแบบให้ลูซี่

บรรณาธิการส่วนตัวของอาจารย์โนกาเมะถูกปลด เพราะที่ผ่านมาทั้งสองทีมไม่มีโอกาสพบกันมาจากความมักง่ายของเขาเท่านั้น

เมื่อได้ภาพร่างของลูซี่จึง นึกถึงเสียงนักพากย์ที่คล้ายแต่เสียงอายุน้อยกว่าแคทเธอรีน ทำให้นึกถึงคนๆ หนึ่ง

ด้านสตอรี่บอร์ดผ่านการอนุมัติจากผู้เขียน ในวันอัดเสียงอาโออิเพิ่งทราบว่าชิซึกะได้รับการติดต่อให้พากย์เสียงลูซี่ และน้ำตาร่วงเมื่อเห็นเพื่อนของเธอได้งานพากย์ในอนิเมะ

shirobako 23 (6) shirobako 23 (19) shirobako 23 (41) shirobako 23 (44) shirobako 23 (55) shirobako 23 (63) shirobako 23 (80) shirobako 23 (88) shirobako 23 (86)

24. The Delivery that was too far off (ตอนจบ)

สำหรับตอนสุดท้ายมีการแบ่งงานกันสำหรับตอนสุดท้ายของเรื่องซึ่งยังใช้เวลาค่อนข้างมาก แต่มีการแก้ปัญหาที่เกิด และงานลุล่วงไปได้ด้วยดี

ถึงวันกำหนดส่งเทป มีปัญหาขึ้นเพราะสถานะที่ส่งเทปบางแห่งอยู่ไกล จึงแบ่งทีมกันไปส่งถึงสถานทีโทรทัศน์กัน

ด้านอาโออิพบปัญหาเรื่องรถติดในวันช่วงสิ้นปี จึงต้องวิ่งไปเองจนถึงสถานีโทรทัศน์และรีบกลับมาทันงานปาร์ตี้ที่จัดขึ้น และได้ขึ้นพูดบนเวทีถึงการทำงานในวงการอนิเมะ

โปรดิวเซอร์มีการพูดถึงงานในปีหน้า Two Piece และ Marginal Village Depopulation Girls โดยตั้งใจจะทำสองเรื่องในปีหน้า

shirobako 24 (1) shirobako 24 (2) shirobako 24 (3) shirobako 24 (4) shirobako 24 (5) shirobako 24 (6)

* อนิเมะที่สร้างในเรื่อง Shirobako มีเป็น OVA ตอนพิเศษ

เกร็ดเล็กน้อย, ข้อสังเกต และ บทสนทนาในเรื่อง Shirobako

ชื่อเรื่อง Shirobako หรือ White Box (กล่องสีขาว) มาจากต้นฉบับของอนิเมะที่นำไปส่งให้สถานีโทรทัศน์ เมื่อก่อนจะเป็นกล่องสีขาวแบบ VHS ปัจจุบันหมายถึงต้นฉบับที่เสร็จแล้วก่อนส่งให้สถานีโทรทัศน์ ในอนิเมะอาโออิจะพูดถึงในท้ายตอนที่ 12

ลำดับการทำงานคร่าวๆ น่าจะเห็นว่า

– Director มีบทบาทในการคุมภาพรวมและตรวจงานจากแผนต่างๆ
– Series Composition ดูบทโดยรวมตั้งแต่ต้นจนจบให้เหมาะสมกับอนิเมะ แต่จะค่อยมีบทบาทหลังงานเริ่มไปแล้ว
– Episode Director (หลายคน) จะมีความสำคัญต่อเนื้อหาในตอนต่างๆ ของเรื่อง คุม Storyboard, Script และรายละเอียดย่อๆ ในแต่ละตอน
– Key Animator ร่างภาพหลักของเรื่อง ก่อนให้ In-Betweens เพิ่มภาพระหว่างเฟรมย่อยๆ เข้าไป
– อื่นๆ

ช่วงแรกของเรื่อง : การทำพวกตอน .5 ที่เป็นตอน Recap ส่วนหนึ่งเกิดจากการปั่นงานไม่ทันตามที่กำหนด และเรื่องเผางานส่วนใหญ่ก็มาจากการปั่นงานไม่ทันเช่นกัน

ตอนที่ 9 : ฮอนดะดูอันดับยอดขายของเว็บสั่งจองออนไลน์ ซึ่งเป็นวิธีปกติที่ใช้ดูแนวโน้มของยอดขายดี

ตอนที่ 11 : ช่วงอาโออิลำบาก มีการอ้างถึงสตูดิโอใหญ่ ซึ่งคนเยอะกว่าอย่าง B Production หรือ Sunup ที่ไม่ต้องพึ่งคนนอกมากนัก (มีการพูดถึงบริษัทอื่นๆ ในภายหลัง)

ตอนที่ 12 : โอโนอุเอะ (ฝั่งหนังสือ) ต้องการเลื่อนเวลาฉายอนิเมะ The Third Aerial Girls Squad ให้เร็วหน่อย เพื่อกระตุ้นยอดขายผลงานต้นฉบับ

ปกติรอบดึกมากๆ ทุนจะน้อยลง แต่ส่วนใหญ่จะเป็นแฟนเรื่องนั้นจริงเท่านั้นที่จะติดตาม ถ้าจะเปิดตลาดกลุ่มที่ไม่เคยซื้อหนังสือจะเลื่อนเวลาฉายให้เร็วขึ้น

ตอนที่ 13 : ระยะเวลาการทำงาน The Third Aerial Girls Squad เรื่องเดียว ประกาศตั้งแต่มกราคม ก่อนเริ่มงานจริงประมาณครึ่งปี (เดือน 4 – 10) สำหรับอนิเมะ 13 ตอนและทั้งบริษัททำเพียงเรื่องเดียว น่าจะพอมองภาพคร่าวๆ ออกว่าต้องใช้เวลานานแค่ไหนในการผลิต (สำหรับสตูดิโอเล็ก)

ตอนที่ 14 : ฮิราโอกะ เคยถามเรื่องซีซั่น 2 ของ Exodus อาโออิยังไม่ทราบ แต่เขาก็คิดว่าอาจไม่มีภาคต่อ เพราะขายได้แค่ 4 – 5 พันชุดเท่านั้น

เป็นเหตุผลส่วนใหญ่ที่อนิเมะไม่มีภาคต่อ เพราะอนิเมะสร้างจากทีมงานจำนวนมากและจ่ายเงินเดือนก็ไม่ใช่น้อยกว่าจะเสร็จสักเรื่อง การขายไม่ออกส่งผลต่อการทำภาคต่ออยู่แล้ว (เรื่องพื้นฐานของธุรกิจ)

ตอนที่ 14 : โปรดิวเซอร์ของบริษัทอื่นๆ มีส่วนร่วมในการตัดสินใจหลายเรื่อง รวมถึงผลประโยชน์อื่นๆ นักพากย์ ทั้งด้านประวัติการทำงาน, ร้องเพลง และ Event นอกสถานที่ …. จึงไม่แปลกที่บางเรื่องเลือกนักพากย์ได้ไม่เข้ากับอิมเมจของตัวละครเพราะไปห่วงเรื่องอื่นเสียมากกว่า

ตอนที่ 15-16 : มีการวิจารณ์นอกเรื่องจากผู้แต่งบางเรื่องถึงอำนาจของผู้แต่งเรื่องที่ไม่สามารถเข้าไปยุ่งกับอนิเมะได้ แต่ส่วนใหญ่ที่ออกมาแสดงความเห็นก็ไม่ใช่อาจารย์จากซีรีส์ดังนัก อย่าง Nobunagun เป็นต้น

ทั้งนี้ตอน 15-16 น่าจะเป็นเพียง “สมมุติว่าเกิดยอมรับการแก้ตัวละคร” แล้วจะเป็นอย่างไรมากกว่า (อันที่จริง ก็สมมุติตั้งแต่คนเขียนไม่ได้มาพบหน้าทีมสร้างอนิเมะแล้ว) ส่วนจะมีอำนาจอะไรบ้าง น่าจะอยู่ในสัญญาข้อตกลงระหว่างสำนักพิมพ์กับสตูดิโอ

ตอนที่ 18 : การผลิต PV บางครั้งไม่ได้ดึงมาจากงานที่เสร็จแล้ว แต่ทำจากงานที่กำลังปั่นอยู่หรือยังไม่เป็นรูปเป็นร่าง เกือบทุกตอนจะมาประกอบเป็นชิ้นงานช่วงก่อนฉายพอดี

ตอนที่ 21 : เมื่อถามถึงอนิเมะฮิตในซีซั่นนี้ มิโดริพูดถึง Guncolle

ตอนที่ 21: ฉากรอดูตอนแรกฉาย คล้ายกับตอนแรกที่ดู Exodus ตอนแรกร่วมกัน แต่เปลี่ยนรายละเอียดและบุคคล

ตอนที่ 22 : ถึงไม่ได้ระบุว่าอาจารย์ไม่พอใจส่วนใด แต่ไม่ว่าจะเป็นชุดชั้นในหรือไม่ ก็น่าจะตั้งใจให้ผู้ชมนึกถึงเรื่องเก่าของผู้กำกับ Mizushima Tsutomu เอง ที่เคยกำกับ Girls und Panzer (2012) และพบฉากเซอร์วิสชุดชั้นในระหว่างฉาย ซึ่งเขาไม่ต้องการให้มีฉากโชว์แบบนั้นในเรื่องจึงสั่งให้แก้ ซึ่งส่งผลให้ต้องมีตอน Recap ถึง 2 ตอน คือ 5.5 และ 10.5 และฉายตอนจบไม่ทันตามกำหนดในทีวี ต้องรอฉาย 2 ตอนสุดท้ายถึงสามเดือน อย่างไรก็ตามเรื่องการสั่งระงับการฉายด้วยเหตุนี้ดูจะโดนใจผู้ชมญี่ปุ่นในปีนั้นไม่น้อย เรื่อง Girls und Panzer กลายเป็นเรื่องประสบความสำเร็จสูงหลังจากนั้น มีการจัดงานสำหรับชมสองตอนสุดท้ายกันทีเดียว

รายได้ของอาชีพต่างๆ ในวงการคำนวณเป็นเงินดอลล่าร์ ต่อปี
ถ้ารู้สึกว่าอนิเมเตอร์เงินดีกว่าที่คิด (ประมาณ 3 แสนกว่าบาทต่อปี) ลองหาร 3-5 เพราะค่าครองชีพญี่ปุ่นสูงกว่าไทยค่อนข้างเยอะ

บุคคลที่อ้างอิงเอกลักษณ์ของคนในวงการ ที่ปรากฏในเรื่องชิโรบาโกะ (มีอีกเยอะ)

* นึกอะไรได้จะมาเพิ่มในภายหลัง
  • ichigo5gon

    So good thanks