Review: Fire Force Season 1 (2019)

2640

Review: Fire Force Season 1 (2019) 1

หน่วยผจญคนไฟลุก, Fire Force หรือ Enen no Shouboutai อนิเมะแนวแอ็คชั่น พลังพิเศษ จากมังงะของ โอคุโบะ อัทสึชิ ผู้เขียน Soul Eater อนิเมะเป็นผลงานของสตูดิโอ David Production ผู้เคยสร้างผลงานเด่นหลายเรื่อง อย่างซีรีส์ Jojo, Hataraku Saibou (เซลล์ขยันพันธุ์เดือด), Inu × Boku SS, Ensemble Stars! และอื่นๆ

ภาคอนิเมะซับไทยรับชมได้ทางแอพ AIS Play มี 24 ตอนจบภาค และมีภาค 2 เริ่มฉายเดือนกรกฎาคม 2020

พล็อต

  • เมื่อ 250 ปีก่อน โลกเกิดหายนะครั้งใหญ่จากเพลิงใหม่ ผู้รอดชีวิตได้รวมตัวกันในเมือง มีการก่อตั้งศาสนจักรเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ ศาสนจักรเซโยและกลุ่มไฮจิมะอุตสาหกรรมได้พัฒนาอามาเทราสึ เป็นแหล่งพลังงานความร้อนที่ทำงานอย่างไม่สิ้นสุด
  • ในปี 198 ตามปฏิทินสุริยคติในจักรวรรดิโตเกียว เกิดปรากฏการณ์ที่ให้มนุษย์เกิดเพลิงไหม้ร่างกลายเป็นปีศาจ พวกมีพลังพิเศษรุ่นที่ 1 ต้องต่อสู้กับพวกนั้น
  • ศาสนจักรเซโย, กองทัพโตเกียว และกรมดับเพลิง แบ่งเป็นสามขั้วอำนาจในการปกครอง เป็นผู้ก่อตั้ง หน่วยดับเพลิงพิเศษ แบ่งเป็น 8 หน่วยย่อยที่ทำงานอย่างอิสระ
  • คนในยุคปัจจุบันสามารถตายได้ทุกเวลา จากเหตุคนไฟลุกที่เกิดกับใครก็ได้

เรื่องย่อช่วงแรก

  • คุซาคาเบะ ชินระ หนุ่มผู้มีพลังพิเศษรุ่นที่ 3 มีความสามารถพิเศษในการจุดไฟจากเท้า ถูกเรียกว่า “รอยเท้าปิศาจ”
  • ชินระ ต้องการสืบหาสาเหตุของเหตุเพลิงไหม้ปริศนา ที่สังหารชีวิตครอบครัวของตนเมื่อ 12 ปีก่อน จึงเข้าร่วมหน่วยดับเพลิงพิเศษที่ 8
  • ระหว่างร่วมงานกับสมาชิกหน่วยที่ 8 ชินระได้ทราบหลายเรื่อง อย่าง ความลับของกลุ่มหัวหน้าหน่วยที่ 1 – 7 ที่มีเงื่อนงำอย่างคาดไม่ถึง, เหตุการณ์คนไฟลุก ซึ่งไม่ได้เกิดตามธรรมชาติ แต่มีคนที่ก่อเหตุ กับปริศนาอีกหลายอย่างที่เชื่อมโยงไปถึงเหตุการณ์ในอดีต

* ภาพและเนื้อหา สปอยล์บางส่วน เพื่อให้เข้าใจได้ดีขึ้น

อนิเมะแอ็คชั่นคุณภาพดี

Review: Fire Force Season 1 (2019) 2

มังงะชื่อดังส่วนใหญ่เลือกสตูดิโอใหญ่ที่ผลิตงานได้นานๆ อย่าง One Piece, Black Clover, Boruto แต่การที่ทำงานให้เสร็จ คุณภาพงานจึงลดลงไปด้วย การที่จะผลิตอนิเมะคุณภาพสักเรื่องจึงต้องแบ่งทีมงานมาช่วยไม่น้อย อย่าง เบื้องหลังของ Dr.Stone ที่กว่าจะเสร็จสักขั้นตอนกินเวลาน่าดู เลยไม่แปลกที่เราไม่ค่อยได้เห็นอนิเมะฉากต่อสู้ดีๆ มากนัก

ปัจจุบัน เรื่องยาวก็ไปแก้ปัญหา ทุ่มเทกับฉากสำคัญของเรื่องเป็นช่วงๆ อย่าง Black Clover ที่เผางานเกือบทุกตอน แต่ฉากสู้สำคัญๆ แฟนกระทืบไลค์ให้อย่างท่วมท้น ถ้าจะให้ปรับทุกฉากคงเป็นไปไม่ได้ คงต้องรอรีเมคในอีกสิบปีข้างหน้า

พูดคุณงานน้ำดีแนวแอ็คชั่น ถ้าย้อนไปในปี 2019 อนิเมะจากมังงะ แบบที่คุณภาพดี คงต้องยกให้ ดาบพิฆาตอสูร แต่ ufotable ถึงจะเป็นบริษัทใหญ่ แต่ก็ไม่ค่อยผลิตงานได้ต่อเนื่องนัก ทำให้มีอุปสรรคในการทำภาคต่อที่กินเวลานานกว่าสตูดิโออื่นๆ เช่นเดียวกับ ผ่าพิภพไททัน ของ Wit Studio ที่กินเวลาไม่น้อยกว่าจะผลิตเสร็จสักภาค

สำหรับ David Production ถือเป็นสตูดิโอหนึ่งที่คุณภาพงานดีมานาน เพียงแต่ไม่ค่อยได้งานเป็นอนิเมะใหม่ในกระแสเท่านั้น ที่เด่นหน่อย Jojo แต่ก็ไม่ได้เป็นแนวแอ็คชั่นเต็มที่ (แม้จะมีแลกหมัดในภาค 1-2 แต่ก็ไม่ได้บู๊ขนาดนั้น) จนได้มาทำเรื่อง Fire Force แต่ถ้าย้อนจริงๆ ค่ายนี้ก็เคยทำอนิเมะแนวแอ็คชั่นมาก่อน ตั้งแต่ปี 2011 อย่าง Ben-To ที่ดัดแปลงจากนิยายไลท์โนเวล และถือว่าทำออกมาได้ดีในยุคนั้น

อธิบายไปอาจไม่เห็นภาพ ดูตัวอย่างฉากต่อสู้ใน Youtube น่าจะชัดเจนมากขึ้น

เหล่าตัวป่วนในกลุ่มนักผจญเพลิง

Review: Fire Force Season 1 (2019) 3

ตัวละครแต่ละคนก็มีเอกลักษณ์ของตัวเองเพื่อให้เป็นสีสันของเรื่องบ้าง อย่าง ชินระ ได้รับการช่วยเหลือชีวิตจากอัคคีภัยที่ไม่ธรรมดา ทำให้เชื่อมั่นในการเป็นฮีโร่ช่วยเหลือคนอื่น แต่ด้วยนิสัยที่เกร็งเวลากดดัน ทำให้เห็นรอยยิ้มบนสีหน้า จนยิ้มเหมือนปีศาจได้ทุกสถานการณ์

ตัวละครอื่นๆ ก็พอมีจุดเด่นที่น่าจดจำอยู่บ้าง อาเธอร์ เพื่อนร่วมห้องที่เพ้อฝันว่าเป็นอัศวินอยู่เสมอ, มากิ รุ่นพี่สาว ที่มีปัญหากับการหูแว่วว่าถูกเปรียบว่าตัวใหญ่ หรือ ทามากิ ที่มักเกิดเหตุให้มีฉากแฟนเซอร์วิสอยู่เสมอๆ

เนื่องจากตัวเรื่องไม่ได้ดำเนินตามสูตรสำเร็จการ์ตูนส่วนใหญ่ ที่แนะนำตัวละครเป็นตอนๆ ในช่วง 12 ตอนแรก ทำให้เราอาจไม่ค่อยคุ้นเคยกับตัวละครบางตัวนัก บทดูจะน้อยไปบ้าง ตัวเดินเรื่องหลักๆ เป็นพระเอกเกือบหมด แต่ตัวละครอื่นก็เริ่มมีมิติมากขึ้นในตอนหลังๆ และน่าจะมากขึ้นในภาค 2

Review: Fire Force Season 1 (2019) 4

เรื่องสีสันของตัวละครค่อนข้างเป็นเรื่องสำคัญ เพราะการ์ตูนธีมค่อนข้างดาร์ค มีการสูญเสียตลอด ถ้าตัวละครเรียบไป คงจะกลายเป็นแนวหดหู่เกินไปสักหน่อย

ปริศนาที่ค่อยๆ คลี่คลาย

Review: Fire Force Season 1 (2019) 5

เริ่มเรื่องมีฉากเรียกความเศร้า ให้เห็นปัญหาเพลิงไหม้ประชาชนแบบไม่มีเหตุผล เหมือนเป็นน้ำจิ้ม ให้พอเข้าใจโครงเรื่องและหน้าที่ของหน่วยดับเพลิงพิเศษบ้างว่าต้องช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อนอย่างไร แต่ไม่ใช่ประเด็นหลักของเรื่อง (ซึ่งไม่ใช่การ์ตูนแนวดราม่า)

เป้าหมายหลักของ หน่วยผจญคนไฟลุก อยู่ที่การค้นหาปริศนา อย่าง ไขความลับขององค์กรต่างๆ, เหตุผลของการเกิดไฟลุก ตลอดไปถึงที่มาที่ไปของโลก ที่ยังคงเป็นเรื่องที่กระตุ้นให้คนดูอยากทราบเหตุผล ถึงเหตุการณ์ที่ทำให้สิ่งมีชีวิตสูญพันธุ์เกือบหมด และสิ่งที่ยังทำให้มนุษย์ยังคงอยู่

Review: Fire Force Season 1 (2019) 6

ด้านพระเอก ดูคาแร็คเตอร์เรียบง่ายไปบ้างในช่วงแรก เพราะไม่มีการพูดถึงเรื่องอดีตมากนัก นอกจากอธิบายความสูญเสียในกองเพลิง กับช่วงวัยเด็กแบบย่อๆ และความคิดที่อยากเป็นฮีโร่ แต่อดีตเริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในภายหลัง ตัวละครดูมีมิติมากขึ้น มีสิ่งที่ต้องการปกป้อง และเป้าหมายที่ต้องสู้ต่อไป

Review: Fire Force Season 1 (2019) 7

รีวิว

คะแนนจากผู้ชมผ่านเว็บต่างๆ ในต่างประเทศ

MAL: 7.76 / 10 (79,297 Users) * 2 ม.ค. 2020

จุดเด่น

  • ต่อสู้ แอ็คชั่น พลังพิเศษ คุณภาพงานอนิเมชั่นดีเรื่องหนึ่ง
  • เนื้อเรื่องค่อนข้างแหวกแนว ดึงจุดเด่นของนักผจญเพลิงเข้ามาผสม
  • เดินเรื่องค่อนข้างไว ไม่ค่อยมีฉากยืดเหตุการณ์โดยไม่จำเป็น
  • ผสมระหว่างฉาก ต่อสู้ ชีวิตประจำวัน ตลกคอเมดี้ ค่อนข้างลงตัว
  • จบค่อนข้างลงตัวในภาค และมีภาคต่อในเดือน กรกฎาคม 2020

จุดด้อย

  • ตัวเรื่องไม่บอกอะไรมากนักในช่วงแรก ต้องค่อยๆ ทำความเข้าใจไป (ถ้าตัดสินแค่ช่วงแรก อาจตีความผิดได้ว่าเป็นแนวดราม่า หรือ ไม่ค่อยมีอะไร)
  • พลังพิเศษเกี่ยวกับไฟเกือบหมด ดีไซน์ชุดก็เหมือนกัน จึงรู้สึกไม่ค่อยหลากหลาย

คำถามที่พบบ่อย

Q: อนิเมะภาคแรก จบเท่ามังงะตอนที่เท่าไหร่ ?
A: ประมาณตอนที่ 90 ของมังงะ หรือ ฉบับรวมเล่มกลางๆ ของเล่มที่ 11

ซับไทย

AIS Play: https://aisplay.ais.co.th/portal/get_section/5d205e41aae7315f0315c677/